วันที่ 26 ก.ค.2569 สื่อกัมพูชา The Phnom Penh Post รายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการทุเลาภัยยุทธภัณฑ์ระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) เปิดเผยผลการสำรวจล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ระบุว่า พื้นที่ชายแดนทางตอนเหนือและตะวันตกของประเทศเกือบ 3,900 ตารางกิโลเมตร กำลังเผชิญภาวะปนเปื้อนจากยุทธภัณฑ์ยังไม่ระเบิด (UXO) และระเบิดลูกพวง (Cluster Munitions) ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนใน 7 จังหวัดชายแดน หลังผ่านพ้นเหตุปะทะด้วยอาวุธตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชามาเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม
นายเฮง รัตนา (Heng Ratana) อธิบดี CMAC เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงภารกิจในรอบครึ่งแรกของปี 2026 โดยระบุว่า จากการสำรวจพื้นที่ภาคสนามใน 22 อำเภอ 60 ตำบล และ 335 หมู่บ้าน ครอบคลุมจังหวัดพระวิหาร อุดรมีชัย บันทายมีชัย พระตะบอง โพธิสัตว์ เสียมราฐ และเกาะกง พบจุดเสี่ยงอันตรายสูงถึง 5,348 แห่ง คิดเป็นพื้นที่ปนเปื้อนรวม 3,872 ตารางกิโลเมตร (387,206 เฮกตาร์) พร้อมบันทึกหลักฐานทางกายภาพของวัตถุระเบิดได้มากกว่า 18,500 ชิ้น
รายงานของ CMAC ประเมินว่า ในระหว่างเหตุปะทะเมื่อปี 2025 กองทัพไทยได้มีการใช้อาวุธหนัก รวมถึงการยิงกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. ชนิดระเบิดลูกพวง ประมาณ 120,000 ถึง 130,000 นัด ซึ่งปลดปล่อยระเบิดลูกย่อย (Submunitions) รหัส M42, M46 และ M85 ออกมาสู่พื้นดินราว 6 ถึง 7 ล้านลูก ทั้งนี้ ด้วยอัตราการด้านหรือไม่ทำงานทันทีตามเป้าหมายซึ่งสูงถึงร้อยละ 25 ถึง 30 ทำให้มีระเบิดลูกย่อยที่ยังไม่ระเบิดตกค้างในชุมชนและพื้นที่การเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าขอบเขตความเสียหายอาจสูงกว่าตัวเลขที่บันทึกไว้ เนื่องจากยังมีอีก 14 หมู่บ้านในเขตแนวหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจความปลอดภัยได้
เจ้าหน้าที่กัมพูชาระบุเพิ่มเติมว่า แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2025 แต่ยุทธภัณฑ์ตกค้างเหล่านี้ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดต่อการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและการย้ายกลับถิ่นฐานของประชาชน โดยข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยกัมพูชารายงานว่า จนถึงปัจจุบันยังมีผู้พลัดถิ่นอีกกว่า 20,000 คน ที่ยังไม่สามารถเดินทางกลับบ้านเรือนได้ เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา ทีมเก็บกู้วัตถุระเบิด CMAC ได้ดำเนินการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดไปแล้วกว่า 8,400 ชิ้น (เป็นระเบิดลูกพวงย่อยจำนวน 4,436 ชิ้น) ควบคู่ไปกับการเคลียร์พื้นที่รอบบ้านเรือนประชาชนเกือบ 6,000 หลัง โรงเรียน 87 แห่ง และสถานพยาบาล 20 แห่ง เพื่อเร่งรองรับการกลับมาของชุมชน
ทั้งนี้ เหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน โครงสร้างพื้นฐาน และชีวิตของประชาชนทั้งสองฝ่าย ขณะที่ทางการไทยเคยชี้แจงในกรอบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่า ปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเองและมุ่งเป้าทางทหารเท่านั้น พร้อมทั้งมีหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ดำเนินการกวาดล้างพื้นที่เสี่ยงฝั่งไทยเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เช่นกัน
Cr.ภาพจาก The Phnom Penh Post








