ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก เมื่อวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม หลังนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรง และส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นมาตรวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.21% แตะระดับ 101.172
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน โดยอยู่ที่ระดับ 163.18 เยน จากระดับ 162.50 เยนในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม นอกจากนี้ยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.8129 ฟรังก์ จากระดับ 0.8100 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.4107 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4059 ดอลลาร์แคนาดา
ขณะที่เงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยอยู่ที่ระดับ 1.1403 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1415 ดอลลาร์ในวันก่อนหน้า ส่วนเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงแตะระดับ 1.3381 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3436 ดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญที่หนุนแรงซื้อดอลลาร์มาจากความวิตกเกี่ยวกับราคาพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% ในวันอังคาร จากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันหยุดชะงักในตะวันออกกลาง
ความกังวลดังกล่าวเพิ่มขึ้นหลังกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียบริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ ส่งผลให้เส้นทางเดินเรือบริเวณตอนใต้ของทะเลแดงถูกปิดสำหรับเรือของซาอุดีอาระเบีย
ข้อมูลการเดินเรือจาก LSEG ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบ 2 ลำจากซาอุดีอาระเบียที่มุ่งหน้าไปยังจีนและอินเดีย ได้ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางและเดินทางกลับไปยังคลองสุเอซ หลังได้รับคำขู่จากกลุ่มฮูตี
นักลงทุนประเมินว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอาจส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับเป้าหมาย
ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 80.2% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคม และให้น้ำหนัก 68% ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
ส่วนเงินปอนด์อังกฤษปรับตัวอ่อนค่าลง หลัง แอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ เปิดเผยรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พร้อมแต่งตั้ง จอห์น ฮีลีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
#ดอลลาร์ #ค่าเงินดอลลาร์ #ตลาดเงิน #ตลาดปริวรรตเงินตรา #เศรษฐกิจโลก #ราคาน้ำมัน #ตะวันออกกลาง #เงินเฟ้อ #เฟด #อัตราดอกเบี้ย #ข่าวเศรษฐกิจ #ลงทุน








