เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในตลาดโลก โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน
ณ เวลา 22.59 น. (20 ก.ค.69) ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งใช้วัดความเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.22% แตะระดับ 100.988 ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.24% เมื่อเทียบกับยูโร สู่ระดับ 1.141 ดอลลาร์ต่อยูโร และแข็งค่า 0.10% เมื่อเทียบกับเงินเยน สู่ระดับ 162.56 เยน
ความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ภายหลังทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตีกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นการปะทะครั้งแรกในรอบหลายปี
นายยาห์ยา ซารี โฆษกฝ่ายทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวว่า กลุ่มฮูตีประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย โดยยึดหลัก "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" และให้มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันทีนับจากเวลาที่ออกแถลงการณ์
นายซารีระบุว่า การที่ซาอุดีอาระเบียยังคงปิดล้อมท่าอากาศยานนานาชาติซานาอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้และไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป
พร้อมกันนี้ เขายังยืนยันว่า กลุ่มฮูตีจะตอบโต้การปิดล้อมด้วยการปิดล้อม และจะยกระดับการตอบสนองทุกครั้ง หากอีกฝ่ายเพิ่มระดับความรุนแรงของความขัดแย้ง
ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮูตีได้กล่าวหาซาอุดีอาระเบียว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีท่าอากาศยานซานาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติอับฮาของซาอุดีอาระเบีย
นายซารีกล่าวเพิ่มเติมว่า กองกำลังติดอาวุธเยเมนมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับทุกทางเลือก และพร้อมรับมือกับทุกการดำเนินการของซาอุดีอาระเบีย
นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมระดมพล เตรียมความพร้อมเข้าสู่การสู้รบ และสนับสนุนแนวรบด้วยกำลังพล เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีกำหนดจัดการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักเพียง 13.1% ที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ขณะที่ให้น้ำหนักสูงถึง 77.9% ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน หรือ Blackout Period ก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28-29 ก.ค.
ทั้งนี้ นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งที่ 2 และจะแถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม เพื่อชี้แจงเหตุผลของการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะไม่มีการส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟดในช่วงที่เหลือของปี
กฎระเบียบของเฟดกำหนดห้ามเจ้าหน้าที่แสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับนโยบายการเงินในช่วง Blackout Period โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่สองก่อนการประชุม FOMC และสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีหลังการประชุม เพื่อป้องกันไม่ให้ตลาดตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ย
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 84.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้น้ำหนัก 62.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย.
#ดอลลาร์ #ค่าเงินดอลลาร์ #ดัชนีดอลลาร์ #ค่าเงิน #ตลาดเงิน #เฟด #ECB #ดอกเบี้ย #FedWatch #ตะวันออกกลาง #ฮูตี #ซาอุดีอาระเบีย #เศรษฐกิจโลก #ข่าวเศรษฐกิจ #ตลาดการเงิน








