กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ยืนยันว่า กองกำลังสหรัฐฯ เดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นและลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
CENTCOM แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังทำให้อิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ถูกมองว่าเป็นการก้าวร้าวและไร้เหตุผลต่อการเดินเรือเชิงพาณิชย์ รวมถึงความปลอดภัยของลูกเรือพลเรือนที่ใช้เส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก
นอกจากนี้ CENTCOM ยังเปิดเผยในโพสต์ก่อนหน้านี้ว่า เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ มากกว่า 20 ลำ กำลังลาดตระเวนในน่านน้ำหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ปฏิบัติการของ CENTCOM เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเตือนระหว่างการประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ในวันเดียวกันว่า กองทัพสหรัฐฯ อาจเปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมอีกระลอก
ทรัมป์กล่าวว่า “ผมจะส่งคำเตือนสั้น ๆ ว่า เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักในคืนนี้” พร้อมระบุว่า ไม่คาดว่าสถานการณ์จะนำไปสู่ความขัดแย้งเต็มรูปแบบกับอิหร่าน
หลังจากถ้อยแถลงของผู้นำสหรัฐฯ ในการประชุมดังกล่าว สำนักข่าว Press TV ของอิหร่าน รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่รับทราบข้อมูลว่า อิหร่านเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซ และจะเพิ่มการโจมตีเป้าหมายเป็นสองเท่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีครั้งใหม่
สถานการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันตั้งแต่คืนวันอังคารต่อเนื่องถึงวันพุธ ส่งผลให้ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
นักวิเคราะห์จับตาว่า หากสถานการณ์บานปลายและส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ อาจกระทบต่อการขนส่งน้ำมันโลก รวมถึงสร้างแรงกดดันต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป.
#สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ #ตะวันออกกลาง #โดนัลด์ทรัมป์ #ข่าวต่างประเทศ #สงคราม #ข่าวรอบโลก #ราคาน้ำมัน #เศรษฐกิจโลก








