ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มชิปและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ หลังตลาดหุ้นเทคโนโลยีในต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง โดยดัชนีคอสปีของเกาหลีใต้เปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.3% ขณะที่ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดบวก 0.3%
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังสหรัฐฯ เดินหน้ายกระดับปฏิบัติการทางทหาร ขณะที่อิหร่านออกมาประกาศตอบโต้และเตือนถึงมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและการค้าสำคัญของโลก
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ยืนยันว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
CENTCOM ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า สหรัฐฯ กำลังทำให้อิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ถูกมองว่าเป็นการคุกคามและไร้เหตุผลต่อเสรีภาพของการเดินเรือเชิงพาณิชย์ รวมถึงความปลอดภัยของลูกเรือพลเรือนในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ CENTCOM ยังเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ มากกว่า 20 ลำ กำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในน่านน้ำหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ โดยระบุว่าเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อกฎบัตรสหประชาชาติ และขัดต่อบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามร่วมกัน
แถลงการณ์ของอิหร่านระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ รวมถึงคำสั่งจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เพิกถอนใบอนุญาตการจำหน่ายน้ำมันของอิหร่าน การขัดขวางการดำเนินการของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ และการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน ล้วนส่งผลให้ข้อตกลงที่เป็นพื้นฐานของ MOU ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังเตือนว่า กองกำลังติดอาวุธของประเทศจะไม่ลังเลที่จะตอบโต้และโจมตีต้นตอของการรุกรานทางทหารจากสหรัฐฯ
ขณะที่สำนักข่าว Press TV ของอิหร่าน รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า อิหร่านอาจดำเนินมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และจะโจมตีเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง
รายงานยังระบุว่า อิหร่านจะไม่ยอมรับการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือใหม่ที่อยู่นอกเหนือจากข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ตามกรอบบันทึกความเข้าใจที่มีอยู่
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันอีกครั้ง ตั้งแต่คืนวันอังคารต่อเนื่องถึงวันพุธ ส่งผลให้ความตึงเครียดในภูมิภาคกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จะมีการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “คุณอยากให้ผมถามอะไร เพราะผมจะถามคำถามนั้นกับเขา” พร้อมตอบว่า “ใช่” เมื่อถูกถามว่าจะพูดคุยกับปูตินภายในวันดังกล่าวหรือไม่
ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับปูตินยังคงเป็นไปด้วยดี
ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หรือ WEO เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม โดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวเพียง 3.0% ในปี 2569 ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 3.4% ในปี 2570
ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าการขยายตัวที่คาดไว้ 3.5% ในปี 2568 และต่ำกว่าประมาณการเดิมเมื่อเดือนเมษายนที่ระดับ 3.1%
IMF ระบุว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าจะได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการเติบโตของเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้อย่างแพร่หลาย
ขณะที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกสำหรับปี 2569 ขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.9% และปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2570 เป็น 5.1%
การปรับเพิ่มประมาณการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง
ก่อนหน้านี้ ADB เคยปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจภูมิภาคในรายงานพิเศษช่วงปลายเดือนเมษายน จากผลกระทบของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยคาดว่าการเติบโตในปี 2569 และ 2570 จะอยู่ที่ 4.7% และ 4.8% ตามลำดับ จากเดิมที่ประเมินไว้ 5.1% สำหรับทั้งสองปี
#ข่าวรอบโลก #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ #ตะวันออกกลาง #เศรษฐกิจโลก #IMF #ตลาดหุ้นเอเชีย #ข่าวต่างประเทศ #สงครามตะวันออกกลาง








