เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการของจีน รายงานว่า ซือ หย่งซิน อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินอันโด่งดังของจีน ถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 24 ปี จากความผิดหลายกระทงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทางการเงินและการใช้อำนาจโดยมิชอบ
คำแถลงของศาลประชาชนชั้นกลางเมืองซินเซียง มณฑลเหอหนาน ระบุว่า ซือ หย่งซิน ซึ่งมีชื่อเดิมว่า หลิว อิงเฉิง ถูกตัดสินว่ามีความผิดในหลายข้อหา ได้แก่ การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ การยักยอกทรัพย์ การนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ การรับสินบนในฐานะบุคคลที่มิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ
ซือ หย่งซิน ถือเป็นหนึ่งในพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจีน และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินมาตั้งแต่ปี 2542 เขาเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจากบทบาทในการผลักดันวัดเส้าหลินให้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก ผ่านการแสดงกังฟู การท่องเที่ยว การจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมในหลายประเทศทั่วโลก จนได้รับฉายาจากสื่อจีนว่า “พระซีอีโอ”
รายงานของสื่อทางการจีนและผลการพิจารณาของศาลระบุว่า ซือใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบต่อเนื่องเป็นเวลานานเกือบ 30 ปี และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์ผิดกฎหมายและการติดสินบน คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 300 ล้านหยวน หรือราว 1,400 ล้านบาท
ศาลเปิดเผยว่า ระหว่างปี 2546-2568 ซือได้ยักยอกเงินและทรัพย์สินของวัดเส้าหลินและมูลนิธิที่เกี่ยวข้องเป็นมูลค่ากว่า 131 ล้านหยวน ขณะที่ในช่วงปี 2555-2565 เขาได้นำเงินของวัดและมูลนิธิไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวมากกว่า 151 ล้านหยวน และไม่คืนเงินดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งบางกรณีเกินกว่า 3 เดือน
นอกจากนี้ ศาลยังพบว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2549 เป็นต้นมา ซือได้ใช้อำนาจในตำแหน่งของตนช่วยเหลือบุคคลและบริษัทต่าง ๆ ให้ได้รับโครงการก่อสร้างภายในวัด รวมถึงโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัดเส้าหลิน เพื่อแลกกับเงินสดและทรัพย์สินมีค่ารวมกว่า 11.63 ล้านหยวน
ขณะเดียวกัน ระหว่างปี 2538-2565 เขายังได้มอบเงินและทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 5.67 ล้านหยวน ให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในลักษณะการให้สินบน เพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่ไม่เหมาะสม
ศาลระบุว่า คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเม็ดเงินจำนวนมหาศาล อีกทั้งพฤติการณ์ความผิดด้านสินบนและการทุจริตยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสังคมและสร้างความเสียหายอย่างมาก จึงมีเหตุสมควรให้ลงโทษอย่างหนักตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาว่า ซือให้การรับสารภาพอย่างตรงไปตรงมา ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการเปิดเผยข้อเท็จจริงบางส่วนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และแสดงท่าทีสำนึกผิดต่อการกระทำของตน จึงนำมาประกอบการพิจารณาโทษ
ภายหลังการอ่านคำพิพากษา ซือ หย่งซิน ได้แถลงต่อศาลว่า เขาจะไม่ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว
สำหรับคดีอื้อฉาวนี้เริ่มกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมจีนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 หลังจากวัดเส้าหลินออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ซือ หย่งซิน กำลังถูกสอบสวนทางอาญา ก่อนที่ต่อมา สมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีนจะมีมติเพิกถอนสถานะความเป็นพระของเขา ขณะที่อัยการได้อนุมัติหมายจับ และมีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2569
นอกเหนือจากข้อหาทางการเงิน ซือยังถูกกล่าวหาว่าละเมิดวินัยสงฆ์ ด้วยการมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคนจนมีบุตร อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาของศาลในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ความผิดด้านการทุจริต การยักยอกทรัพย์ และคดีสินบนเป็นหลัก
คดีของซือ หย่งซิน ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในประเทศจีน เนื่องจากวัดเส้าหลินไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทางศาสนาที่มีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางวัฒนธรรมของประเทศ และเป็นต้นกำเนิดของศิลปะการต่อสู้กังฟูเส้าหลินที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
ขณะเดียวกัน เรื่องอื้อฉาวครั้งนี้ยังจุดกระแสถกเถียงในสังคมจีนเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันศาสนาและการดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ พร้อมก่อให้เกิดเสียงเรียกร้องให้ภาครัฐเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลสถาบันศาสนา และกำหนดแนวทางแยกบทบาททางศาสนาออกจากกิจกรรมทางธุรกิจอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
#วัดเส้าหลิน #เจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน #ศาลจีน #ข่าวจีน #ทุจริต #คดีสินบน #กังฟูเส้าหลิน #ข่าวต่างประเทศ #เส้าหลิน #จีน #พระซีอีโอ #ข่าวโลก #อาชญากรรมการเงิน #วัฒนธรรมจีน #ข่าวต่างประเทศวันนี้








