เมื่อวันที่ 29 พ.ค.69 สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสิงคโปร์ประกาศเตรียมบังคับใช้มาตรการใหม่ เพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุปกรณ์ทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2570 เป็นต้นไป โดยเป็นการขยายขอบเขตข้อบังคับเดิมให้ครอบคลุมระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์แบบรวมศูนย์ เครื่องปรับอากาศในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รวมถึงรถขนส่งขนาดเล็ก
มาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนผลักดันเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของสิงคโปร์ ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2573 และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มาตรการใหม่นี้เป็นการต่อยอดจากมาตรฐานเดิมที่เริ่มบังคับใช้เมื่อปี 2565 ซึ่งกำหนดค่าศักยภาพในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน หรือ จีดับเบิลยูพี (GWP) สำหรับเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ตู้เย็น และเครื่องทำความเย็นแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ใช้ในระบบทำความเย็นของอาคารขนาดใหญ่
ทั้งนี้ ค่า GWP เป็นมาตรวัดผลกระทบของก๊าซแต่ละชนิดต่อภาวะโลกร้อน เมื่อเปรียบเทียบกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณเท่ากัน โดยทั่วไปจะคำนวณผลกระทบในช่วงระยะเวลา 100 ปี
ภายใต้ข้อบังคับใหม่ ระบบทำความเย็นที่ใช้ในซูเปอร์มาร์เก็ตจะต้องใช้สารทำความเย็นที่มีค่า GWP ไม่เกิน 150 ตั้งแต่เดือน ก.ค.2570 เป็นต้นไป ขณะที่ตั้งแต่เดือน ก.ค.2571 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถขนส่งขนาดเล็กที่จดทะเบียนใหม่ จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดค่า GWP สำหรับระบบปรับอากาศเช่นเดียวกัน
สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสิงคโปร์ระบุเพิ่มเติมว่า มาตรฐานดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางที่ใช้อยู่ในหลายประเทศและภูมิภาคชั้นนำ เช่น สหภาพยุโรป (EU) และญี่ปุ่น ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีสารทำความเย็นที่ปล่อยมลพิษต่ำมาใช้อย่างแพร่หลายแล้ว
#สิงคโปร์ #ก๊าซเรือนกระจก #โลกร้อน #คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ #เครื่องปรับอากาศ #สิ่งแวดล้อม #ลดมลพิษ #ข่าวต่างประเทศ #ClimateChange #ข่าววันนี้








