คนอเมริกันสับเละ! โพลชี้ “ทรัมป์” สิ้นศรัทธา สอบตกสงครามอิหร่าน ไร้แผน-ดันเพดานสูง สุดท้ายส่อเหลวแหลกไม่คุ้มทุน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประเทศอิหร่าน ยังคงไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวัง และส่งผลให้ประชาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่เริ่มหมดความอดทน พร้อมสะท้อนมุมมองว่า ไม่ว่าศึกครั้งนี้จะจบลงอย่างไร ก็คงไม่อาจเปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ พ่ายแพ้ในแง่ของยุทธศาสตร์
ผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า ชาวอเมริกันกำลังเกิดอาการ "เบื่อหน่ายสงคราม" โดยเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการก่อสงครามตั้งแต่แรก เนื่องจากไม่เชื่อมั่นว่าจะนำผลดีใดๆ มาสู่ประเทศ และไม่คาดหวังว่าจะเกิดการประนีประนอมที่เป็นประโยชน์หรือคุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย
ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์วันรำลึกถึงผู้เสียสละ (Memorial Day) ที่ผ่านมา แม้จะมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม แต่เมื่อรายละเอียดของร่างข้อตกลงหลุดรอดออกมา กลับกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดรอยร้าวในฝ่ายรัฐบาลเอง เมื่อแกนนำพรรครีพับลิกันหลายคนแสดงท่าทีปฏิเสธ และเตือนว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจเป็นการเปิดทางให้ประเทศอิหร่านกลับมาแข็งแกร่งและทรงอิทธิพลมากกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามเสียด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น หากรัฐบาลอิหร่านยังคงยืนกรานในท่าทีแข็งกร้าว ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้ข้อตกลงใดมาเป็นทางออกเพื่อรักษาหน้าตาของตนเอง และยุติสงครามครั้งนี้ก่อนที่จะบานปลายกลายเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ของพรรครีพับลิกัน
จากการรวบรวมข้อมูลผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวอเมริกันจากสำนักข่าวชั้นนำ พบตัวเลขที่น่าสนใจและสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลดังนี้:
โพลจาก Fox News: ระบุว่า มีผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเพียง 39% เท่านั้นที่ต้องการให้ปฏิบัติการทางทหารดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ในขณะที่เสียงส่วนใหญ่ถึง 61% ต้องการให้รัฐบาลกำหนด "กรอบเวลาที่จำกัด" ในการยุติศึก
โพลจาก New York Times-Siena College: ชี้ว่า 52% มองว่าสหรัฐฯ ควรยุติปฏิบัติการทางทหารทันที แม้ว่าจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องโครงการนิวเคลียร์กับอิหร่านได้ก็ตาม และมีเพียง 37% ที่เห็นด้วยให้เดินหน้าต่อหากเจรจาเหลว นอกจากนี้ ผลโพลยังย้ำว่า มีประชาชนเพียง 22% ที่เชื่อว่าสงครามจะสำเร็จในการกำจัดนิวเคลียร์อิหร่าน ขณะที่ 50% คาดว่าจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้น อัตราส่วน 55% ต่อ 21% คิดว่าสงครามครั้งนี้ "ไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินและต้นทุน" ที่เสียไป
โพลจาก Washington Post และ ABC News: ระบุว่า ชาวอเมริกันถึง 65% "ไม่ค่อยมั่นใจ หรือไม่มั่นใจเลย" ว่าข้อตกลงยุติสงครามจะหยุดยั้งอิหร่านจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้จริง
ความวิตกกังวลของชาวอเมริกันไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องงบประมาณ แต่ยังรวมถึงผลกระทบด้านความมั่นคงรอบด้าน โดยผลสำรวจของ Post-ABC เผยว่า 61% เชื่อว่า สงครามครั้งนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ก่อการร้ายต่อชาวอเมริกัน 56% เชื่อว่า สงครามทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสหรัฐฯ อ่อนแอลง 49% เชื่อว่า เสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางจะยิ่งทรุดโทรมลง
วิกฤตที่หนักหนาสาหัสที่สุดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในเวลานี้คือ "วิกฤตความศรัทธา" โดยผลสำรวจล่าสุดจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า มีชาวอเมริกันเพียง 20% เท่านั้นที่มีความเชื่อมั่นอย่างมากว่าทรัมป์จะตัดสินใจได้ดีเกี่ยวกับประเด็นอิหร่าน ในขณะที่เสียงส่วนใหญ่ถึง 59% ระบุชัดเจนว่า "ไม่มีความเชื่อมั่นเลย หรือมีความเชื่อมั่นน้อยมาก"
นักวิเคราะห์มองว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทำความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง 2 ประการ นับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากความขัดแย้ง นั่นคือ หนึ่ง การไม่มีแผนการรองรับที่ชัดเจนและทำได้จริงในการยุติสงคราม และ สอง คือการล้มเหลวในการโน้มน้าวใจให้ประชาชนหันมาสนับสนุนการทำสงคราม ตรงกันข้าม เขากลับตั้งเป้าหมายความสำเร็จไว้สูงเกินเอื้อม และพยายามบอกว่ามันคุ้มค่าหลังจากเริ่มโจมตีไปแล้ว ซึ่งสวนทางกับความรู้สึกของประชาชนอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น การเลือกถอนตัวออกไปในเวลานี้ แม้จะดูน่าอับอายทางการเมือง แต่นับว่าเป็น "ทางเลือกที่แย่น้อยที่สุด" แล้วสำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ
#โดนัลด์ทรัมป์ #ทรัมป์ #อิหร่าน #สงครามสหรัฐอิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #ผลโพล #นิวเคลียร์อิหร่าน #ความมั่นคง #ตะวันออกกลาง #รีพับลิกัน #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวการเมืองโลก #FoxNews #NewYorkTimes #CNN #BreakingNews #อัปเดตสถานการณ์โลก #ข่าววันนี้








