ด่วน! เกิดเหตุยิงสนั่นบริเวณจุดตรวจความปลอดภัยทำเนียบขาว สหรัฐฯ เจ้าหน้าที่วิสามัญคนร้ายดับ คาดเป็นชายวัย 21 ปี มีประวัติป่วยจิต ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลอดภัยดีขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในตึก ท่ามกลางการปิดกั้นพื้นที่เก็บหลักฐาน
สถานการณ์ความมั่นคงในเมืองหลวงสหรัฐฯ เผชิญความตึงเครียดขั้นสุด! ช่วงค่ำวันที่ 23 พฤษภาคม 2026 (ตามเวลาท้องถิ่น) เกิดเหตุคนร้ายเปิดฉากบุกเดี่ยวกระหน่ำยิงใส่จุดตรวจความปลอดภัยของหน่วยอารักขาประธานาธิบดี (Secret Service) บริเวณหัวมุมถนนสาย 17 และถนนเพนซิลเวเนีย แยกลิเบอร์ตี้ แขวงตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ติดกับอาคารสำนักงานบริหารไอเซนฮาวร์ และอยู่ห่างจากอาคารหลักของทำเนียบขาวเพียงไม่กี่ก้าว ส่งผลให้เกิดเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราว 20 ถึง 30 นัด และทำให้รัฐบาลต้องสั่งล็อกดาวน์พื้นที่ทำเนียบขาวโดยทันทีนานกว่า 40 นาที
ขณะเกิดเหตุระทึกขวัญ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) พำนักอยู่ภายในทำเนียบขาว โดยกำลังอยู่ระหว่างภารกิจสำคัญร่วมกับทีมงานเพื่อเจรจาและทำข้อตกลงทางการทูตกับประเทศอิหร่าน ท่ามกลางกระแสข่าวลือความขัดแย้งระดับโลก ซึ่งโฆษกหน่วยอารักขายืนยันว่า ประธานาธิบดีไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากเหตุการณ์นี้และปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์
ผู้สื่อข่าวและผู้สื่อข่าวภาคสนามประจำทำเนียบขาว รวมถึงเซลินา หวัง (Selina Wang) หัวหน้าผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว ABC News ซึ่งกำลังบันทึกวิดีโออยู่บนสนามหญ้าฝั่งทิศเหนือ (North Lawn) เล่านาทีระทึกว่า จู่ ๆ มีเสียงปืนดังขึ้นหลายสิบนัดติดต่อกัน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธหนักต้องตะโกนสั่งให้ทุกคน "หมอบลงต่ำ" ก่อนจะสั่งให้ผู้สื่อข่าวทั้งหมดวิ่งสปรินต์หนีตายเข้าไปหลบภัยในห้องแถลงข่าวภายในทำเนียบขาวทันที
ด้านการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายนาเซียร์ เบสต์ (Nasire Best) ชายผิวสีวัย 21 ปี มีภูมิลำเนาในแถบรัฐแมริแลนด์ ชายหนุ่มรายนี้ได้เดินดิ่งเข้ามาที่ป้อมรักษาความปลอดภัย จากนั้นหยิบอาวุธปืนสั้นออกมาจากกระเป๋าแล้วเปิดฉากสาดกระสุนใส่เจ้าหน้าที่ชุดแต่งกายเครื่องแบบทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำการยิงโต้ตอบเพื่อระงับเหตุ กระสุนเจาะร่างผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน (George Washington University Hospital) ในเวลาต่อมา
ข้อมูลจากแหล่งข่าวความมั่นคงระบุว่า นายเบสต์เคยมีประวัติพัวพันกับคดีความในพื้นที่ดีซี และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้มีอาการป่วยทางจิต (Emotionally Disturbed Person) โดยก่อนหน้านี้เคยถูกศาลออกคำสั่งห้ามเข้าใกล้พื้นที่สำคัญ (Stay-away order) มาแล้ว
นอกจากตัวผู้ก่อเหตุที่ถูกวิสามัญแล้ว ในที่เกิดเหตุยังมี ประชาชนผู้บริสุทธิ์ (Bystander) ถูกลูกหลงจากคมกระสุนได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในอาการขั้นวิกฤต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบว่าบาดแผลดังกล่าวเกิดจากกระสุนของผู้ก่อเหตุหรือกระสุนจากการยิงโต้ตอบของเจ้าหน้าที่ ยืนยันไม่มีหน่วยอารักขา (Secret Service) ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเอฟบีไอ (FBI) ภายใต้การนำของผู้อำนวยการ คาช พาเทล (Kash Patel) และหน่วยควบคุมอาวุธปืน (ATF) ได้สนธิกำลังร่วมกับกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) ปิดล้อมทางเดินเท้าและพื้นผิวจราจรอย่างแน่นหนา มีการขึงเทปเหลืองของตำรวจเพื่อกั้นพื้นที่อาชญากรรม (Crime Scene) พร้อมวางป้ายมาร์กเกอร์สีเหลืองหมายเลขหลักฐานอยู่เกลื่อนฟุตบาทเพื่อเก็บกู้วัตถุพยานและปลอกกระสุนตกค้างอย่างละเอียดต่อไป
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุความรุนแรงใกล้ตัวประธานาธิบดีทรัมป์ครั้งที่สองในรอบไม่ถึงเดือน หลังจากก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์มือกราดยิงพยายามฝ่าจุดตรวจในงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว (White House Correspondents' Dinner) เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
#ทำเนียบขาว #กราดยิงทำเนียบขาว #ข่าวด่วนสหรัฐ #โดนัลด์ทรัมป์ #DonaldTrump #WhiteHouseLockdown #SecretService #เอฟบีไอ #ข่าวกราดยิง #ววชิงตันดีซี #NasireBest #ความมั่นคงสหรัฐ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวด่วนวันนี้ #ยิงสนั่น #เจรจาอิหร่าน #WhiteHouseShooting #WashingtonDC #USNews #BreakingNews #FBI #SecretServiceShooting








