สกู๊ปพิเศษ : เปิดปม “ทองคำโลก” ร่วงแรงสุดในรอบ 10 ปี! หลังพุ่งทำสถิติสูงสุด จะไปได้ต่อ หรือขาลงต่อเนื่อง

ต่างประเทศ23 ต.ค. 2568 • 09:02 น.
สกู๊ปพิเศษ : เปิดปม “ทองคำโลก” ร่วงแรงสุดในรอบ 10 ปี! หลังพุ่งทำสถิติสูงสุด จะไปได้ต่อ หรือขาลงต่อเนื่อง

ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ (22 ต.ค. 2568) หลังจากราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ก่อนทรุดตัวลงอย่างรุนแรงในวันอังคาร (21 ต.ค. 2568) โดยราคาร่วงลงมากกว่า 5% ซึ่งถือเป็นการเทขายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ

แรงเทขายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนักลงทุนแห่ขายทำกำไรจากการพุ่งขึ้นของราคาทองคำที่แตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าการเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และจีนอาจช่วยลดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั่วโลกได้

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ราคาทองคำซื้อขายอยู่ที่ 4,141.48 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทรอย เมื่อเวลา 01.46 น. ตามเวลาตะวันออกของวันพุธ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.4% หลังจากในวันอังคารราคาทองคำสปอตดิ่งลงถึง 6.3% มาอยู่ที่ 4,082.03 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากระดับสูงสุดในประวัติการณ์ 4,381.21 ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ปิดตลาดลดลง 5.7% แตะระดับ 4,087.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2556 โดยในวันเดียวกัน ราคาเงินและแพลทินัม ก็ร่วงแรง 7% และ 5% ตามลำดับ

นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่า การเทขายรอบนี้เกิดจากแรงซื้อสะสมต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ทำให้ราคาทองคำ “ร้อนแรงเกินพื้นฐาน” และกระตุ้นให้นักลงทุนจำนวนมากเร่งขายทำกำไร เพื่อปิดความเสี่ยงในภาวะตลาดผันผวน

ทองคำถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นในปี 2568 โดยราคาพุ่งขึ้นกว่า 50% ตลอดทั้งปี ทะยานผ่านทุกช่วงวิกฤต ตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2551 เหตุการณ์ 11 กันยายน ไปจนถึงช่วงการระบาดของโควิด-19

เพียงสองเดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำพุ่งขึ้นกว่า 25% จากแรงหนุนของความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่พุ่งสูง ความไม่แน่นอนทางการเมือง และความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังเชิงบวกต่อการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง วอชิงตัน–ปักกิ่ง รวมถึงการแข็งค่าของ เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากเทขายทองคำเพื่อทำกำไรในช่วงราคาพุ่งสูงสุด

มีรายงานว่า ตัวแทนการค้าของสหรัฐฯ และจีน เตรียมจัดประชุมรอบใหม่ภายในปลายสัปดาห์นี้ ก่อนการพบปะระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในสัปดาห์หน้า

โดยทรัมป์กล่าวว่า “ผมคิดว่าเราจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่ยุติธรรมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้”

นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า การสิ้นสุดเทศกาล ดิวาลี ในอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคทองคำรายใหญ่อันดับสองของโลก ก็มีส่วนทำให้ความต้องการทองคำในตลาดโลกลดลง กลายเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญที่ฉุดราคาทองคำให้ร่วงแรงในรอบนี้

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่า การร่วงลงของราคาทองคำในครั้งนี้ “ไม่ใช่จุดจบของขาขึ้น” แต่เป็นการ “พักฐานทางเทคนิค” หลังราคาทะลุแนวต้านระยะยาวหลายครั้งติดกัน โดยมองว่าตลาดยังมีแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางการคลังของสหรัฐฯ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก

ด้าน UBS Wealth Management เห็นว่า การเทขายรอบนี้เป็น “โอกาสเข้าซื้อ” สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว โดยคาดว่าราคาทองคำจะกลับมายืนเหนือระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง หากเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยอย่างชัดเจนในไตรมาสแรกของปี 2569

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จาก World Gold Council (WGC) เตือนว่า แม้ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว แต่ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ และการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาทองคำในช่วงต่อจากนี้

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า การร่วงครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐานชั่วคราว มากกว่าจะเป็นการกลับตัวสู่ขาลง โดยปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังคงหนุนราคาทองคำ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีนประสบความสำเร็จ และเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเร็วกว่าคาด ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอาจลดลง ซึ่งอาจทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วง 3,900–4,200 ดอลลาร์ในระยะสั้น

สัญญาณสำคัญที่ต้องจับตา คือท่าทีของเฟดในการประชุมเดือนพฤศจิกายน หากเฟดยังคงระมัดระวังและชะลอการลดดอกเบี้ย ทองคำอาจเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง แต่หากมีสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินชัดเจน ราคาทองคำอาจดีดกลับแตะระดับสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง

#ราคาทอง #ราคาทองวันนี้ #ทองแท่ง ทองรูปพรรณ #ราคาทองคำวันนี้ #ทองคำโลก #ราคาทองร่วง #ทองคำ2568 #วิเคราะห์ราคาทอง #เศรษฐกิจโลก #ทองคำแท่ง #ตลาดทองคำ #เทขายทองคำ #ทองคำพุ่งสูงสุด