ยอดรถจมน้ำสกลนครผุดแจ้งเคลมประกันเพิ่มเป็น243คันแล้ว วิริยะฯนำโด่ง85คัน นายกสมาคมประกันฯคาดความเสียหายรอบนี้กว่าพันล้าน

ประกันภัย31 ก.ค. 2560 • 18:46 น.
ยอดรถจมน้ำสกลนครผุดแจ้งเคลมประกันเพิ่มเป็น243คันแล้ว  วิริยะฯนำโด่ง85คัน  นายกสมาคมประกันฯคาดความเสียหายรอบนี้กว่าพันล้าน
สมาคมประกันวินาศภัยไทย ประเมินความเสียหายน้ำท่วมสกลนคร กว่า 1,000 ล้านบาท ประสานบริษัทประกันภัยทำเคลมเชิงรุก พร้อมจ่ายสินไหมน้ำท่วมทันที ขณะที่ยอดแจ้งเคลมรถประกันชั้นหนึ่งล่าสุดทะลัก243คันแล้ว วิริยะฯนำโด่ง85คัน ผู้ว่าฯสกลนครคาดยอดรถยนต์เสียหายทะลุหลัก500คันอัพแน่ นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุเซินกา ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ในเขตภาคอีสาน ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันทำให้บ้านเรือนทรัพย์สินประชาชน สถานที่ราชการ ตลอดจนพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะจังหวัดสกลนคร เกิดน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 40 ปี บางแห่งมีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ทำให้บ้านเรือน ร้านค้า โรงพยาบาล โรงแรม สนามบิน รถยนต์ ทรัพย์สินต่างๆ ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก และคาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกหลายจังหวัด สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานกับบริษัทสมาชิกเพื่อวางมาตรการในการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยขณะนี้บริษัทประกันภัยทุกบริษัทในพื้นที่ได้เร่งระดมความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้เอาประกันภัยกันอย่างเต็มที่ พร้อมทำเคลมเชิงรุก เพิ่มช่องทางให้บริการในการสำรวจความเสียหายและเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เชื่อมั่นภาคธุรกิจประกันภัยพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทั้งในจังหวัดสกลนครและจังหวัดใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขอให้ตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่จากตัวแทน นายหน้า หรือธนาคารที่ใช้บริการว่ามีกรมธรรม์ใดบ้างที่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วม เช่น กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) หรือกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจประเภทอื่นที่ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติเพิ่มเติม กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย กรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) และกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยควรแจ้งความเสียหายให้บริษัทประกันภัยทราบทันทีที่เกิดเหตุ หรือหลังจากระดับน้ำลดลงสู่ภาวะปกติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยหรือรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม หรือหากไม่สามารถแจ้งบริษัทประกันภัยได้ทันที ให้ถ่ายรูปความเสียหายไว้ โดยกล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือ เก็บไว้เป็นหลักฐานและแจ้งความเสียหายไปยังบริษัทประกันภัยภายหลังโดยเร็วที่สุดเพื่อดำเนินการสำรวจความเสียหายและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้อย่างรวดเร็ว หากผู้เอาประกันภัยไม่ทราบว่าทำประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัยใด สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ประสานงานและอำนวยความสะดวกผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมของสมาคมประกันวินาศภัยไทย โทร. 0 2256 6032-8 ต่อ 411-413 โดยสมาคมฯ พร้อมที่จะประสานหาข้อมูลจากบริษัทประกันภัยให้ทันที นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นคาดว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนสูงถึง 1,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นมูลค่าความเสียหายจากภัยน้ำท่วม ดังนี้ 1.ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เอาประกันภัย จากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 1 รวมถึงประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2+ หรือ 3+ ที่ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายประมาณ 400-500 คัน ประมาณการค่าสินไหมทดแทนทั้งแบบเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) จะจ่ายเต็มทุนประกันภัยและหากมีความเสียหายบางส่วนจะเป็นการซ่อมแซมรถกลับสู่สภาพเดิม ประมาณการค่าเสียหายรวมกว่า 250 ล้านบาท โดยคิดเฉลี่ยจากทุนประกันภัย 500,000 บาทต่อกรมธรรม์ ซึ่งขณะนี้บริษัทประกันภัยได้เข้าไปดูแลผู้เอาประกันภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อไป 2.ความเสียหายต่อทรัพย์สิน จากกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ รวมถึงการประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก กรมธรรม์ของผู้ประกอบการธุรกิจ SME ร้านค้าสะดวกซื้อต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม คาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 200-500 ล้านบาท 3.ความเสียหายต่อพื้นที่ปลูกข้าวนาปี จากกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2560 ให้ความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก โดยพื้นที่ที่ประกาศภัยพิบัติเกษตรกรจะได้รับวงเงินคุ้มครอง 1,260 บาทต่อไร่ จากการประเมินในเบื้องต้น มีเกษตรกรซื้อประกันภัยข้าวนาปีกว่า 340,000 ไร่ ซึ่งถ้าเกิดความสียหายโดยสิ้นเชิงจะได้รับค่าสินไหมทดแทน จำนวน 428.4 ล้านบาท ทั้งนี้ สมาคมฯ ธ.ก.ส. และกรมส่งเสริมการเกษตร ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลการทำประกันภัย และรายงานความเสียหายจากการสำรวจแปลงที่ทำประกันภัยเพื่อทำการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยเร็วต่อไป ทั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทย และภาคธุรกิจประกันวินาศภัย โดยบริษัทประกันภัยทุกบริษัทพร้อมดูแลผู้เอาประกันภัยที่ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้อย่างเต็มที่ และเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหาย เพื่อจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการเกิดภัยพิบัติหลายครั้งที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การประกันภัยนั้นเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงที่ช่วยบรรเทาความเสียหายเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมประกันวินาศภัยไทย โทร. 0 2256 6032-8 หรือ www.tgia.org และ โทร. 1186 สายด่วนประกันภัย สำนักงาน คปภ. รายงานข่าวล่าสุด แจ้งเข้ามาว่า สำหรับยอดรถยนต์ที่เสียหายและมีการแจ้งเคลมเข้ามายังบริษัทประกันภัยต่างๆถึงตัวเลขล่าสุดณ วันที่ 30 ก.ค.2560 มีทั้งหมด 243 คันด้วยกัน ได้แก่ วิริยะประกันภัย 85 คัน เมืองไทยประกันภัย 20 คัน ประกันคุ้มภัย 25 คัน อาคเนย์ประกันภัย 25 คัน สินมั่นคงประกันภัย 20 คัน มิตรแท้ประกันภัย 16 คัน ทิพยประกันภัย 13 คัน โตเกียวมารีน 12 คัน กรุงไทยพานิชประกันภัย 8 คัน ไอโออิฯ 5 คัน นวกิจประกันภัย 3 คัน อลิอันซ์ประกันภัย 1 คัน เอเชียประกันภัย 3 คัน ไทยประกันภัย 1 คัน และประกันผ่านไดเร็คเอเชียอีก 1 คัน ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นของบริษัทประกันฯรายใด ส่วนที่เหลือกระจัดกระจายไปยังบริษัทประกันภัยรายละ 1-2 คัน โดยส่วนใหญ่ใน 243 คันที่แจ้งเคลมกับบริษัทประกันฯเข้ามา พบว่า รถที่เสียหายมีการทำประกันชั้นหนึ่งเอาไว้แล้ว จึงแจ้งเคลมน้ำท่วมเข้ามา ส่วนรถที่เหลือและเสียหายจากน้ำท่วมและทำประกันประเภท 3 บวก หรือ 2 บวกยังไม่ค่อยแจ้งเข้ามาเท่าไหร่นัก จึงยังไม่มีตัวเลขส่วนนี้ โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครคาดว่า ยอดรถยนต์ที่เสียหายน่าจะทะลุเกิน 500 คันอย่างแน่นอน คงไม่ใช่เพียง 300 กว่าคันตามที่่ประเมินไว้ว่าเสียหายจากน้ำท่วมก่อนหน้านี้