สมาคมกามา ไทยแลนด์จัดสัมมนา LAMP ครั้งแรกในไทยคึกคัก พร้อมเดินหน้าตั้ง"มูลนิธิกามา"หนุนการศึกษาวิจัย

ประกันภัย7 ส.ค. 2560 • 14:11 น.
สมาคมกามา ไทยแลนด์จัดสัมมนา LAMP ครั้งแรกในไทยคึกคัก   พร้อมเดินหน้าตั้ง"มูลนิธิกามา"หนุนการศึกษาวิจัย
เมื่อเวลา 11.00น.ของวันนี้(7 ส.ค.2560) สมาคมกามาไทยแลนด์ นำโดยนายกฤษณ์ ปิติมานะอารี นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยนายวิทูร เลิศพนมวรรณ เลขาฯสมาคมกามาฯ ในฐานะประธานจัดงานสัมมนา LAMP Thailand ขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย พร้อมด้วยนางศกุนตา ธัม คณะกรรมการสมาคมกามาฯ และ Bonnie Godsman CEO GAMA International และมร.Eric Medermott ,ChFC ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวถึงความเป็นมาของการจัดงานสัมมนาLAMP ครั้งนี้ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยต่อสื่อมวลชน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานสัมมนา LAMP ครั้งนี้จำนวน 800 คน จากนั้นนายกสมาคมกามา ไทยแลนด์ยังได้แจกแจงรายละเอียดถึงกิจกรรมต่างๆที่สมาคมกามาฯได้ดำเนินการไปแล้ว และกำลังจะดำเนินการ โดยนายกฤษณ์ ปิติมานะอารี นายกสมาคมกามาฯ กล่าวเสริม ปัจจุบันสมาชิกสมาคมกามาฯได้เติบโตขึ้นมากทีเดียว จากก่อนหน้าที่ตนเองเข้ามาทำหน้าที่นายกฯ มีสมาชิกเพียง 180 กว่าคน ปัจจุบันเพ่ิมขึ้นมาเป็น 829 คน ซึ่งทุกท่านล้วนแล้วแต่สมัครสมาคมฯเสียเงินลงทะเบียน 175 เหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทย 6,300 บาทต่อปี โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะทำยอดสมาชิกสมาคมกามาฯให้ได้จำนวน 3,000 ราย ทั้งนี้ตั้งแต่ได้เข้ามาเป็นนายกสมาคมฯก็ได้มีการจัดตั้งระบบ Gold Member ขึ้นมา โดยอัพเกรดจากคนเก่าที่เป็นสมาชิกธรรมดาขึ้นมาเป็นสมาชิกระดับ Gold Member ทำให้ขณะนี้เรามีสมาชิกจุดนี้ถึงจำนวนกว่า 300 คน อีกทั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพยายามผลักดันให้คนไทยได้เดินทางประชุมสัมมนา LAMP ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ส่งผลให้มีผู้เดินทางไปร่วมประชุมLAMP ที่สหรัฐอเมริกา เติบโตขึ้นมาจากเดิมมาก จากเดิมมีไปเพียง 7-8 คน ก็ขยับขึ้นมาในปีแรกเป็น 60 กว่าคน และปีที่สองก็ขยับขึ้นมาเป็น 90 กว่าคน สำหรับการจัดประชุมสัมมนา LAMP ในประเทศไทยครัั้งนี้ถือเป็นการจัดประชุมครั้งแรกภายใต้สมาคมกามา ไทยแลนด์เป็นผู้จัด โดยก่อนหน้านี้การสัมมนา LAMP เคยจัดที่ประเทศมาเลเซียมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ถือเป็นการจัดโดยเอไอเอ ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ กระทั่งมาจัดอีกทีครั้งที่ 2 ที่ฮ่องกง ส่วนการจัดงานประชุมสัมมนา LAMP เป็นประชุมสัมมนา LAMP เอเชีย ที่จัดขึ้นในประเทศไทย โดยสมาคมGAMA Internationalเป็นเจ้าภาพจัดที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์ ซึ่งมีคนเข้าร่วมประชุม 1,800 กว่าคน สำหรับในส่วนของความร่วมมือด้านสมาชิกบริษัทประกันฯที่เป็นสปอนเซอร์ขณะนี้ว่า ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก ทางสมาคมกามาฯก็ได้สมาชิกระดับ Platinumอย่างเอไอเอ และเมืองไทยประกันชีวิตมาสนับสนุนติดต่อกัน 2 ปีแล้ว ส่วนบมจ.ไทยประกันชีวิตจากเดิมสนับสนุนสมาคมกามาฯเป็นสปอนเซอร์ระดับ Silver ก็ขยับมาเป็นระดับ Gold MEMBER และที่เพิ่งเข้ามาเป็นรายใหม่ก็คือ บริษัทเอฟดับบลิวดีประกันชีวิตเป็นสมาชิกระดับ Silver Member ขณะเดียวกันสมาคมฯยังได้จับมือกับบริษัทโปรแอกทีฟภายใต้การบริหารของนายมนตรี แสงอุไรพร ในการเข้ามาให้ความรู้และอบรมให้กับสมาชิก โดยจะมีส่วนลดให้สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกสมาคมกามาฯ ซึ่งจุดนี้ก็ได้รับการตอบรับจากสมาชิกอย่างดี และสมาคมฯยังมีโครงการที่จะผลักดันยกระดับสมาคมกามาฯให้เป็นที่ยอมรับสังคมภายนอกมากขึ้น ซึ่งสมาคมฯจะดำเนินการ 2 โครงการด้วยกันก็คือ สมาคมฯจะร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำร่างหลักสูตรเกี่ยวกับการบริหารองค์กรแบบมืออาชีพ แล้วพัฒนาองค์กรหรือทีมงานให้เป็นที่ยอมรับของคนนอกธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่นสมาคมกามาฯในสหรัฐอเมริกาได้ร่วมกับ American College ในการทำหลักสูตรขึ้นมา ซึ่งคล้ายกับหลักสูตร Mini MBA โดยเอาเรื่องของภาคธุรกิจการเงินและประกันเข้ามาใส่ไว้ในหลักสูตรเพื่ออบรมพัฒนาให้ความรู้ โดยขณะนี้สมาคมฯกำลังพูดคุยเจรจากับมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อร่างหลักสูตรนี้อยู่ ส่วนอีกโครงการที่กำลังดำเนินการก็คือ การจัดตั้งมูลนิธิกามา ซึ่งจะเปิดตัวในเร็วๆวันนี้ โดยมูลนิธินี้จะเน้นไปในเรื่องของการศึกษา การวิจัย หรือจ้างเด็กดอกเตอร์มาทำการค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการในธุรกิจเป็นหลัก โดยจะเป็นการเอาสมาคมกามาฯเข้าไปช่วยสังคมไทยด้วย โดยผ่านมูลนิธิกามา ด้านนางศกุนตา ธัม ประธานมูลนิธิ GAMA กล่าวว่า "มูลนิธีนี้จะทำเรื่องวิจัย จากวัฒนาธรรมของคนไทย เราจะวิจัยตรงนี้ โดยจะไม่เป็นการวิจัยที่มาจากหน่วยใดหน่วยหนึ่ง แต่จะมาจากผู้นำภาคสนามที่ประสบความสำเร็จ เราจะทำวิจัย ทำสถิติ และสิ่่งที่วิจัยนั้นจะสามารถนำมาต่อยอดให้คนรุ่นใหม่ของเรานำมาใช้ เมื่อนั้นอุตสาหกรรมก็จะดีขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเรื่องของเงิน เราจะต้องทำอย่างไรให้ผู้นำสนาม ผู้จัดการภาคสนาม เข้าใจว่า สิ่งที่เขาบริจาค เขาได้อะไร และส่ิ่งที่วิจัยที่จะได้รับกลับคืนมา คงจะต้องช่วยกันในคณะกรรมการที่เข้ามา เพื่อช่วยขยายฐานเรื่องนี้ เราจะทำในสิ่งที่อุตสาหกรรมเราจะต้องดีขึ้นในอนาคต" นายกฤษณ์ ปิติมานะอารี นายกสมาคมกามา ไทยแลนด์ ยังได้กล่าวฝากประชาสัมพันธ์ก่อนปิดการแถลงข่าวอีกว่า ในเร็วๆนี้ทางสมาคมกามา ไทยแลนด์จะนำเงินรายได้จากการจัดงานสัมมนาของสมาคมกามาฯที่ได้รับเกียรติจากท่านดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาผู้ถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาท และดร.สุธี อักษรกิตติ์ อดีตวิศวกร NASA และประธานคณะกรรมการวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย สภาวิจัยแห่งชาติมาบรรยายในหัวข้อ “แบบอย่างผู้นำ ตามรอยพระยุคลบาท บทเรียนล้ำค่าจาก พ่อหลวงของปวงไทย ผู้นำที่ครองใจคนทั้งโลก” ที่ได้จัดงานเสร็จสิ้นลงไปแล้ว โดยรายได้ดังกล่าวจะน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุถศล ในโครงการพระราชดำริ โดยมอบให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา โดยสมาคมฯจะนำคณะเข้าเฝ้าเพื่อนำเงินขึ้นทูลเกล้าถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาในวันที่ 3 พ.ย.2560นี้ จากนั้นช่วงบ่ายในเวลา 13.20 น.สมาคมกามาฯ ได้ทำพิธีเปิดงานสัมมนา LAMP ขึ้นอย่างทางการ โดยมีดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคปภ.มาเป็นประธานพิธีเปิด จากนั้นนายวิทูร เลิศพนมวรรณ ประธานจัดงานครั้งนี้กล่าวต้อนรับผู้ร่วมสัมมนา โดยมีนายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตให้เกียรติร่วมงาน พร้อมกับนางบงกช บวรฤกษ์ นายกสมาคมตัวแทนประกันชีีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และนายทวีเดช งามขจรกุล อดีตนายกสมาคมตัวแทนฯและปัจจุบันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารสมาคมฯร่วมให้เกียรติมาร่วมงานด้วย โดยดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาฯคปภ. ได้กล่าวเปิดถึงบทบาทของคปภ.ในการการกำกับดูแลธุรกิจ และทิศทางการบริหารความเสี่ยง เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับธุรกิจประกันชีวิตให้เกิดความมั่นคงและเป็นที่น่าเชื่อถือของพี่น้องประชาชน โดยเชื่อว่า การจัดสัมมนา LAMP ครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้บริหารของบริษัทประกันได้สร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งแล้ว ยังทำให้ได้รับองค์ความรู้จากวิทยากรต่างประเทศที่มีความรอบรู้ ซึ่งเชื่อว่า จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยมากทีเดียว ขณะที่นายวิทูร เลิศพนมวรรณ ประธานจัดงาน กล่าวต้อนรับผู้เข้าสัมมนา โดยมีใจความตอนหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียว โดยนายวิทูร กล่าวว่า “สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่า สำคัญมากก็คือ การเรียนรู้ ไม่ว่าระดับตัวแทน หัวหน้าหน่วย หรือผู้จัดการภาค จำเป็นต้องมีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้อย่างรวดเร็ว จากประสบการณ์ที่ได้อยู่กับMDRT มายาวนาน MDRT คือเวทีมาตรฐานสากลที่ให้การเรียนรู้ทุกระดับของตัวแทนมืออาชีพทั้งอุตสาหกรรม แต่วันนี้GAMA และLAMP คือเวทีที่บอกถึงครู โค้ช อาจารย์ คือคนที่สร้าง MDRT ซึ่งวันนี้ถ้ามีคนเก่ง คนดีมาเข้าสู่ทีมงาน แล้วครู อาจารย์ หรือโค้ชไม่พร้อม ไม่มีความรู้ที่จะพัฒนาดูแลเขา รับรองว่าศักยภาพของ MDRT บุคคลนั้นจะไม่เกิด และจะไม่ปลดปล่อยอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น LAMP และGAMA คือเวทีของโค้ช เจ้าของสำนักงาน หรือของผู้นำที่วันนี้เราจะจำเป็นจะต้องหยิบยกมา เพื่อนำมาพัฒนาศักยภาพของเราให้ก้าวขึ้นไปสู่ระดับโลก” หลังจากนั้นก็จัดให้มีพิธีประกาศเกียรติคุณ นายกผ่านพ้น โดยนายกฤษณ์ ปิติมานะอารี และBonnie Godsman CEO GAMA International ก่อนที่จะเข้าช่วงของงานสัมมนาโดยวิทยากรโดย Rric Medermott ,ChFC ที่ถือเป็นวิทยากรที่เก่งและมากประสบการณ์ทีเดียว จากนั้นในเวลา 15.10น.-15.20 น.นายกสมาคมกามา ไทยแลนด์ และนางศกุนตา ธัม ประธานมูลนิธิกามา ก็จะขึ้นพูดถึงการจัดตั้งมูลนิธิกามาและที่มาให้แขกผู้เกียรติร่วมงานรับฟัง จากนั้นในช่วงเวลา 17.00-18.30 น. ทางCEO GAMA International พร้อมด้วยนายกสมาคมกามา ไทยแลนด์ และนายมนตรี แสงอุไรพร ประธานก่อตั้งได้ทำพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ GAMA Awards 2017 เป็นอันเสร็จและปิดโปรแกรมงานสัมมนา LAMP ในวันแรก ก่อนที่จะจัดสัมมนาต่อในวันรุ่งขึ้นหรือวันที่ 8 ส.ค.2560 ถัดไป