ประกันชีวิตรับอานิสงส์บอนด์ยีลด์ ดันตัวเลขRBCไตรมาส2พุ่ง -“สะสมทรัพย์”มีสิทธิ์ฟื้นชีพ
จากผลพวงตอบแทนพันธบัตร(Bond Yield)สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลต่อดีมานด์และซัพพลายของตลาดนักลงทุนอย่างมาก ทำให้นักลงทุนต่างชาติที่เป็น Fund Flow จากลงทุนในพันธบัตรไทย ไหลออกไปซื้อพันธบัตรสหรัฐฯแทน ซึ่งแน่นอนก็ย่อมมีผลให้ตลาดพันธบัตรไทยจำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นตาม เพื่อจูงใจ
ต่อเรื่องนี้นายพิเชฐ เจียรมณีทวีสิน หรือทอมมี่ แอคชัวรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแอคชัวเรียล บิสซิเนส โซลูชั่น จำกัด(ABS) ในฐานะนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปลายเดือนมี.ค.นี้มีสิทธิ์ลุ้นข่าวดี หลังจากอัตราดอกเบี้ยบอนด์ยีลด์สหรัฐฯขยับสูงขึ้น ซึ่งเชื่อว่า นับจากตรงนี้ไปอัตราดอกเบี้ยตลาดพันธบัตรระยะยาว 10 -15 ปีของไทย อย่างน้อยคงขยับขึ้นมาอีก 0.5-1% ถึงปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่า มันจะเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นในไตรมาส 2 และจะเป็นผลดีต่อธุรกิจประกันชีวิต โดยในไตรมาสสองปีนี้คงจะมีบริษัทประกันชีวิตเริ่มจะกล้าออกสินค้าสะสมทรัพย์ออกมาจำหน่าย โดยอาจจะเห็นภาพของการกลับมาของช่องทางการขายผ่านธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันส์ที่ขายสินค้าสะสมทรัพย์เสียส่วนใหญ่ และมีอันแผ่วไปเมื่อปีที่แล้ว กลับมานำสินค้าสะสมทรัพย์ออกมาขายผ่านธนาคารให้เห็น
หรือแม้แต่บางบริษัทประกันชีวิตซึ่งเดิมมีการวางแผนไว้ก่อนนี้ว่าจะปิดหรือยกเลิกการขายบางแบบประกันสะสมทรัพย์ในปีนี้คงจะชะลอดูสถานการณ์ โดยยังไม่ปิดการขายในทันทีทันใด ส่วนบริษัทประกันชีวิตที่มีการยกเลิกหรือปิดการขายแบบประกันสะสมทรัพย์หลายๆตัวไปก่อนหน้านี้ คิดว่า คงจะไม่ทบทวนนโยบายนำสินค้าสะสมทรัพย์กลับมาขายใหม่ เพราะของเก่าในพอรต์ที่ขายหรือมีผลบังคับตามกรมธรรม์อยู่เป็นดอกเบี้ยที่เป็นภาระต้นทุนสูงอยู่
ทั้งนี้ทั้งนั้นคงขึ้นกับมุมมองของแต่ละบริษัทประกันชีวิต โดยอาจมีความลังเลว่ามีการขึ้นไปแล้ว มีความเสี่ยงจะตีกลับมาลงเหมือนเดิมไหม ถ้าคืดแบบนั้น เค้าก็จะไม่ออกสะสมทรัพย์ ดังนั้นสรุปก็คงขึ้นกับดอกเบี้ยระยะยาวที่สูงขึ้นมานั้น มันจะขึ้นแล้วค้างอยู่นานแค่ไหน. หรือมันจะขึ้นมาชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งคงขึ้นอยู่กับวิจารณญานหรือมุมมองของผู้ประกอยการแต่ละบริษัท
นายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยฯ ยังกล่าวอีกว่า ในอีกทางหนึ่งผลพวงของอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรทยอยปรับตัวสูงขึ้น ก็ยังจะมีผลดีทำให้บริษัทประกันชีวิตบางแห่งที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เหนื่อยกับการตั้งสำรองเพื่อให้ดำรงเงินกองทุนเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอยู่ ก็จะหายใจหายคอดีขึ้น เพราะจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรฯสูงขึ้นย่อมจะทำให้ฐานะเงินกองทุนหรือตัวเลข Car ratio ดีขึ้น
“ตอนนี้คนเริ่มทยอยออกหุ้นกู้ และพันธบัตรระยะยาวเยอะขึ้น เพราะว่า เขารู้ว่า ผ่านไปอีกไตรมาสหนึ่ง ดอกเบี้ยคงจะปรับตัวสูงขึ้น จึงต้องรีบออก เพราะมิฉะนั้นแล้วหากปล่อยทอดเวลาออกไป เขาจะต้องกู้ในราคาแพงขึ้น”นายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยฯ กล่าวและว่า
ตนเองอยากเสนอแนะให้รัฐบาลน่าจะออกพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวอายุ 50 ปี ออกมาจำหน่ายให้ภาคธุรกิจประกันชีวิตที่มีความต้องการตราสารลงทุนระยะยาวทำนองนี้อยู่แล้ว แทนที่ภาครัฐจะไปกู้เงินจากแหล่งทุนต่างประเทศเป็นหลัก ก็น่าจะกู้เงินภายในประเทศ ซึ่งนอกจากจะไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราแล้ว ก็ยังจะส่งผลดีในการส่งเสริมให้บริษัทประกันฯออกมาขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตดีๆ และกระตุ้นให้คนไทยได้ออมเงินหรือสร้างหลักประกันให้กับตัวเองและครอบครัว ซึ่งน่าจะเกิดผลดีต่อทั้งภาครัฐและคนไทย โดยเฉพาะหนี้ต่อจีดีพีของรัฐเวลานี้น้อยและไม่ได้เยอะ หากเทียบจากค่าเฉลี่ยทั่วโลก ถ้าหากรัฐบาลไหนๆจะต้องกู้เพิ่ม รัฐบาลก็น่าจะกู้เงินจากในประเทศ โดยผ่านช่องทางการออกพันธบัตรระยะยาว 50 ปีในช่วงเวลานี้ น่าจะเป็นจังหวะที่ดีอยู่ ซึ่งภาระดอกเบี้ยตอนนี้ยังไม่สูง อีกทั้งเงินก็ไหลในประเทศ ไม่ต้องกังวลเรื่องของค่าเงินผันผวนอีกด้วย