"กมธ.อว."  ถกทิศทางผลิตแพทย์ไทย ย้ำ “เพิ่มจำนวนต้องไม่ลดคุณภาพ” รองรับสังคมสูงวัย–Medical Hub

สุขภาพ3 ก.ย. 2569 • 17:39 น.
"กมธ.อว."  ถกทิศทางผลิตแพทย์ไทย ย้ำ “เพิ่มจำนวนต้องไม่ลดคุณภาพ” รองรับสังคมสูงวัย–Medical Hub

 

วันที่ 3 กันยายน 2569  รัฐสภา  คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นางฐิติมา ฉายแสง เป็นประธานกรรมาธิการ พิจารณานโยบายขยายกำลังการผลิตแพทย์และการเปิดคณะแพทยศาสตร์แห่งใหม่ หลัง สมัชชาแพทย์ปฏิรูป ซึ่งเป็นภาคประชาชน ยื่นข้อกังวลต่อคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข และได้ส่งเรื่องมายังคณะกรรมาธิการ อว. เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบการศึกษาและการผลิตแพทย์

ที่ประชุมเปิดโอกาสให้ผู้ยื่นเรื่องนำเสนอข้อกังวล พร้อมเชิญกระทรวง อว. กระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล ทั้งด้านแผนการผลิตแพทย์ มาตรฐานการศึกษา ความพร้อมของอาจารย์แพทย์และแหล่งฝึก ตลอดจนความต้องการกำลังคนของประเทศ

101

ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางเพิ่มกำลังการผลิตแพทย์ เพื่อรองรับ สังคมสูงวัย ความต้องการบริการสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนาประเทศไทยสู่ Medical Hub รวมถึงเป้าหมายสัดส่วนแพทย์ต่อประชากรประมาณ 1 ต่อ 650 คน

นางฐิติมา ฉายแสง กล่าวว่า ในมุมของ อว. คำถามไม่ใช่เพียงว่าเราจะผลิตแพทย์เพิ่มได้อีกกี่คน แต่ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า ประเทศไทยในอนาคตต้องการแพทย์แบบไหน ต้องการด้านใด และต้องการในพื้นที่ใด เพื่อที่ระบบการศึกษาจะได้วางแผนทั้งจำนวนการผลิต หลักสูตร อาจารย์ และแหล่งฝึกให้ตรงกับความต้องการของประเทศ

กรรมาธิการให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ คุณภาพของการผลิตแพทย์ โดยเห็นว่าการเปิดคณะแพทยศาสตร์ใหม่หรือเพิ่มจำนวนรับ ไม่สามารถพิจารณาเฉพาะอาคาร เครื่องมือ หรือจำนวนที่นั่งเรียน แต่ต้องมั่นใจว่ามีอาจารย์แพทย์ โรงพยาบาลและแหล่งฝึก รวมถึงจำนวนและความหลากหลายของผู้ป่วยเพียงพอต่อการพัฒนาทักษะทางคลินิก และต้องไม่ดึงทรัพยากรจากสถาบันเดิมจนกระทบต่อคุณภาพการศึกษา

สำหรับเป้าหมาย Medical Hub กรรมาธิการเห็นว่าเป็นอีกปัจจัยที่ระบบอุดมศึกษาต้องนำมาพิจารณาในการพัฒนาการศึกษาแพทย์ ทั้งด้านสมรรถนะของแพทย์รุ่นใหม่ ความเชี่ยวชาญ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ขณะเดียวกันต้องไม่ลดทอนการผลิตแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนไทย

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขสะท้อนว่า ปัญหาแพทย์ของประเทศไม่ได้มีเพียงจำนวน แต่ยังมีความไม่สมดุลในการกระจายตัว โดยพบโรงพยาบาลชุมชนที่ขาดแคลนแพทย์ในระดับรุนแรง 78 แห่ง ใน 39 จังหวัด มีส่วนขาด 239 คน ซึ่งกรรมาธิการเห็นว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรย้อนกลับมาใช้ประกอบการวางแผนการผลิตแพทย์ของระบบอุดมศึกษา

“เราจำเป็นต้องเพิ่มแพทย์ แต่ต้องเพิ่มให้ตรงความต้องการของประเทศค่ะ ผลิตแล้วต้องตอบโจทย์ว่าขาดแพทย์ด้านไหนและพื้นที่ใด และสำหรับ อว. สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าจะเพิ่มจำนวนรับหรือเปิดคณะแพทย์ใหม่ คุณภาพการศึกษาแพทย์ต้องไม่ลดลง” นางฐิติมา กล่าว

กรรมาธิการจะนำข้อมูลและข้อคิดเห็นจากทั้ง ภาคประชาชน หน่วยงานด้านการศึกษา หน่วยงานด้านสาธารณสุข และองค์กรวิชาชีพ มาประกอบการพิจารณาทิศทางการพัฒนาระบบการศึกษาและการผลิตแพทย์ เพื่อให้สามารถรองรับทั้งความต้องการของประชาชน สังคมสูงวัย ความก้าวหน้าทางการแพทย์ และการพัฒนาประเทศไทยสู่ Medical Hub อย่างมีคุณภาพ

แท็กที่เกี่ยวข้อง