เปิดลิสต์ 3 เครื่องดื่ม กินคู่ "ทุเรียน" เสี่ยงสุขภาพพังไม่รู้ตัว

สุขภาพ29 เม.ย. 2569 • 08:01 น.
เปิดลิสต์ 3 เครื่องดื่ม กินคู่ "ทุเรียน" เสี่ยงสุขภาพพังไม่รู้ตัว

ปี 2569 ถูกจับตาเป็นอีกปีท้าทายของทุเรียนไทย หลังมีคาดการณ์ว่าผลผลิตอาจเพิ่มขึ้น 30% ท่ามกลางความพยายามของทุกภาคส่วนในการพยุงราคาผลักดันทุเรียนไทยให้เข้าถึงผู้บริโภควงกว้างมากขึ้น ทำให้วันนี้หลายคนได้ลิ้มรสทุเรียนคุณภาพดีในราคาจับต้องได้

“ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ และพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงของไทย ไม่ได้โดดเด่นแค่รสชาติ แต่ยังอัดแน่นด้วยสารอาหาร ทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมันดี ใยอาหาร รวมถึงแร่ธาตุสำคัญอย่างโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส

อย่างไรก็ตาม เพราะทุเรียนเป็นผลไม้พลังงานสูง และมีสารประกอบซัลเฟอร์ (กำมะถัน) ตามธรรมชาติ จึงมีข้อควรระวังเมื่อนำไปรับประทานร่วมกับอาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิด

1. แอลกอฮอล์ คู่ที่ควรเลี่ยง
ผู้เชี่ยวชาญเตือนมานานว่า ไม่ควรกินทุเรียนคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเหล้า เบียร์ หรือไวน์ เพราะมีข้อมูลว่าทุเรียนอาจรบกวนการทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยกำจัดแอลกอฮอล์ในร่างกาย ส่งผลให้บางคนเกิดอาการหน้าแดง เวียนศีรษะ ใจสั่น คลื่นไส้ หรืออึดอัดผิดปกติ

ยิ่งทั้งทุเรียนและแอลกอฮอล์ต่างให้พลังงานสูง และเพิ่มภาระระบบเผาผลาญ อาจกระทบผู้มีโรคหัวใจ ความดัน หรือผู้สูงอายุได้มากกว่าคนทั่วไป

2. น้ำอัดลม-ของหวาน คู่เสี่ยงที่หลายคนมองข้าม
ด้วยทุเรียนมีน้ำตาลสูงอยู่แล้ว หากกินร่วมกับน้ำอัดลม ขนมหวาน หรือผลไม้น้ำตาลสูง อาจทำให้ระดับน้ำตาลและพลังงานพุ่งเกินจำเป็น โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานหรือกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ

นอกจากนี้ น้ำอัดลมที่มีแก๊สยังอาจทำให้จุก แน่นท้อง ท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย โดยเฉพาะเมื่อกินทุเรียนในปริมาณมาก

3. กาแฟและเครื่องดื่มชูกำลัง ควรระวัง
อีกคู่ที่มีคำเตือนต่อเนื่องคือ ทุเรียนกับกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลัง เพราะอาจกระตุ้นให้บางคนปวดศีรษะ ใจสั่น แน่นท้อง หรือไม่สบายตัวได้ โดยเฉพาะผู้ไวต่อคาเฟอีน

ยิ่งเครื่องดื่มชูกำลังหลายชนิดมีน้ำตาลสูง ยิ่งเพิ่มภาระให้ร่างกายมากขึ้น

กลุ่มโรคประจำตัว กินทุเรียนได้ไหม?
กินได้ แต่ควรจำกัดปริมาณ และระวังเป็นพิเศษในกลุ่มต่อไปนี้

  • ผู้ป่วยเบาหวาน เพราะทุเรียนมีน้ำตาลสูง
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ควรควบคุมปริมาณ
  • ผู้ป่วยโรคไต เพราะทุเรียนมีโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสค่อนข้างสูง
  • ผู้มีโรคหลอดเลือดหัวใจ ควรเลี่ยงกินมากเกินไป
  • ผู้ป่วยกรดไหลย้อนหรือหอบหืด ควรระวังอาการแน่นท้องกระตุ้นอาการ

หากโรคควบคุมได้ดี ยังสามารถกินได้ แต่หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์

กินทุเรียนอย่างไรให้ปลอดภัย

  • จำกัดไม่เกิน 1-2 เม็ดกลางต่อครั้ง
  • ไม่กินทุกวันต่อเนื่อง
  • เลือกกินช่วงกลางวัน ร่างกายเผาผลาญได้ดีกว่า
  • ดื่มน้ำเปล่าตามให้เพียงพอ
  • เลี่ยงกินคู่แอลกอฮอล์ น้ำอัดลม และของหวานจัด
  • ออกกำลังกายช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน


แม้ “ทุเรียน” จะเป็นผลไม้โปรดของใครหลายคน แต่การหลีกเลี่ยงจับคู่กับเครื่องดื่มบางชนิดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยควรกินอย่างพอดีและเลือกจับคู่อาหารเครื่องดื่มอย่างเหมาะสม

* ภาพประกอบสร้างโดย AI