ภาคต่อของสองสุดยอด ROBERT PLANT & ALISON KRAUSS

บันเทิง25 มี.ค. 2565 • 18:15 น.
ภาคต่อของสองสุดยอด ROBERT PLANT & ALISON KRAUSS
ดนตรี / ทิวา สาระจูฑะ ตอนที่อัลบั้ม Raising Sand ออกวางขายเมื่อปี 2007 สร้างความแปลกใจและตื่นเต้นให้นักฟังเพลงอย่างมาก เพราะเป็นการจับคู่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน Raising Sand เป็นการร่วมงานระหว่างหนึ่งในสุดยอดนักร้องในประวัติศาสตร์ร็อค - โรเบิร์ท แพลนท์ อดีตนักร้องนำแห่ง เลด เซพพีลิน วงร็อคระดับตำนานที่ทรงอิทธิพลมาจนถึงทุกวันนี้ และนักฟิดเดิ้ลเจ้าของเสียงเทพธิดาจากสายคันทรี่/บลูแกรสส์ - แอลิสัน เคร้าสส์ ผู้นำ ยูเนี่ยน สเตชั่น วงบลูแกรสส์ที่รวมยอดฝีมือ และยิ่งเกินคาดหมายกว่านั้นคือ Raising Sand ประสบความสำเร็จทางการตลาดอย่างท่วมท้น ขณะเดียวกันก็ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์ ด้วยดนตรีมาในแนวทางอเมริกานา (ดนตรีที่รวมไว้ด้วยร็อค, โฟล์ค, คันทรี่, ป๊อป และบลูส์) ถักทอสรรพเสียงต่างๆอย่างประณีต เชื่อมโยงสุ้มเสียงจากอดีตเข้ากับปัจจุบัน Raising Sand ยังคว้ารางวัล แกรมมี่ มากถึง 6 รางวัล รวมถึงหนึ่งในรางวัลใหญ่สุด “อัลบั้มแห่งปี” แม้อัลบั้มแบบนี้ยากจะทำอีก เพราะตารางเวลาของแต่ละคนไม่ตรงกัน แพลนท์ ติดงานอัลบั้มและทัวร์กับวงให่ของเขา เซนเซชั่นแนล สเปซ ชิฟเตอร์ส ขณะที่ เคร้าสส์ ก็ทำอัลบั้มเดี่ยวของตน และออกทัวร์กับ ยูเนี่ยน สเตชั่น แต่ก็มีข่าวกระเส็นกระสายออกมาว่า ทั้งคู่พยายามอยู่ 2 ครั้งในการทำงานร่วมกันอีกอัลบั้ม แต่ก็ไม่เกิดขึ้น จู่ๆสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ก็กลับมาเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เมื่อ เคร้าสส์ ทำเพลง "Quattro (World Drifts In)" ของวง คาเล็กซิโก ชวน แพลนท์ มาร่วมบันทึกเสียง ประกอบกับการระบาดของ โควิด-19 ทำให้ศิลปินทั้งหลายต้องยกเลิกการทัวร์ จึงทำให้ทั้งคู่มีเวลาเหลือเฟือ และกลายเป็นจุดเริ่มของกระบวนการสร้างสรรค์อัลบั้มใหม่ ซึ่งให้ชื่อด้วยคำที่เหมือนจะเป็นภาคต่อว่า Raise the Roof เคร้าสส์ และ แพลนท์ กลับไปใช้บริการของโปรดิวเซอร์ ที-โบน เบอร์เน็ทท์ ผู้โปรดิวซ์ Rasing Sand อีกครั้ง เช่นเดียวกับนักดนตรีหลักยังคงเป็นทีมเดิม แต่เพิ่มเติมยอดมือกีตาร์รับเชิญ อย่าง บัดดี มิลเลอร์, บิลล์ ฟริสเซลล์ และ เดวิด ฮิดาลโก มือกีตาร์จาก ลอส โลบอส "Quattro (World Drifts In)" ที่บันทึกเสียงไปแล้ว ถูกวางเป็นเพลงแรกของอัลบั้ม Raise the Roof เพลงที่เหลือเกือบทั้งหมดเป็นการคัดเลือกเพลงของศิลปินอื่นมาบันทึกเสียงใหม่ ทั้งที่เป็นเพลงของคนระดับตำนาน และศิลปินประเภทคัลท์-ฮีโร่ อัลบั้ม Raising Sand มีเพลงของ แอลเลน ทอสเซนต์ และ ดิ เอเวอร์ลี บราเธอร์ส ในอัลบั้ม Raise the Roof ก็มี "Trouble with My Lover" ของ ทอสเซนต์ และ "The Price of Love" ของ ดิ เอเวอลี่ บราเธอร์ส เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเพลงของศิลปินโฟล์คจากเกาะอังกฤษ อย่าง "Go Your Way" ของ แอนน์ บริกก์ส และ "It Don't Bother Me" ของ เบิร์ท แจนส์ช ซึ่งถือเป็นไฮไลก์ท ขณะเดียวกันก็มีเพลงคันทรีระดับมาสเตอร์พีซชิ้นหนึ่งของ เมิร์ล แฮ็กการ์ด ตำนานผู้ล่วงลับไปแล้ว คือ "Going Where the Lonely Go" และ “Can’t Let Go” เพลงเก่งของ ลูซินดา วิลเลี่ยมส์ ผู้ที่เคยถูกเรียกขานว่าเป็น “เจ้าแม่อเมริกานา” ซึ่งเธอมาร้องประสานให้ด้วย เพลงแต่งใหม่มีเพียง "High and Lonesome" ซึ่งแต่งโดย แพลนท์ และ เบอร์เน็ทท์ และ "Somebody Was Watching Over Me" ที่แต่งโดย เบรนดา เบิร์นส์ ใส่ไว้ตอนท้ายอัลบั้ม ไม่ใช่เรื่องง่ายในการหาจุดลงตัวในการประสานเสียงได้อย่างกลมกลืน แต่การเป็นยอดนักร้องของ แพลนท์ และ เคร้าสส์ สามารถจัดรูปของสไตล์การร้องที่แตกต่างคนละขั้วให้ถ่ายทอดบทเพลงต่างๆได้อย่างลุ่มลึก แบบที่พอจะเรียกได้ว่า “ศีลเสมอกัน” นั่นคือสิ่งที่ปรากฎใน Raising Sand และยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงใน Raise the Roof แต่ก็มีสิ่งที่แตกต่างไปบ้าง และไปในทางที่ดีขึ้นสำหรับผู้ฟังคือ ความมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นมาใน Raise the Roof ในอัลบั้มแรก พวกเขาเน้นความสวยงามลุ่มลึกของบทเพลง ดนตรีจะมีความนิ่งค่อนข้างมาก และโทนรวมอาจจะดูเซื่องซึมไปหน่อยสำหรับคนที่ชอบความปลอดโปร่ง สนุกสนาน แต่ในอัลบั้มนี้ อาจจะเป็นเพราะนำเพลงของศิลปินอื่นมาตีความใหม่ เปิดโอกาสให้สนุกกับการเรียบเรียงดนตรีที่แตกต่างจากต้นฉบับเดิม Raise the Roof จึงให้ความรู้สึกเพลิดเพลินในการฟังมากกว่า แม้จะมีบรรยากาศชวนขลังน้อยกว่า Raising Sand ช่วงเวลาระหว่างอัลบั้ม Raising Sand และ Raise the Roof ห่างกันนานถึง 14 ปีกว่า นักฟังเพลงที่ต้องการความลึกซึ้งมากกว่าเพลงป๊อปทั่วไป แต่ไม่ขาดความไพเราะ และไม่เคยรู้ว่ามี 2 อัลบั้มนี้ออกมา ก็น่าจะได้ลองหามาฟังกัน เพราะไม่รู้ว่า สองสุดยอดคู่นี้จะมีเวลากลับมาทำงานเฉพาะกิจและเฉพาะแบบอย่างนี้อีกเมื่อไหร่