ดาราปราปต์ปฎลจวกสื่อตีข่าวเอี่ยวแชร์Forex 3D

บันเทิง20 ก.ย. 2565 • 23:54 น.
ดาราปราปต์ปฎลจวกสื่อตีข่าวเอี่ยวแชร์Forex 3D

เคลื่อนไหวแล้ว "ปราปต์ปฎล"นักแสดงถูกโยงเอี่ยวแชร์ "Forex" โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองเร็วๆ นี้ "รมว.ดิจิทัลฯ"เดือด! หลัง"กลต."แจงไม่มีอำนาจสอบบริษัทระดมทุนแชร์ "Forex" ลั่นหากไม่ทำ"จะทำเอง" จ่อขอเพิ่มอำนาจดีอีเอส เตรียมเรียกประชุมคกก.อาชญากรรมออนไลน์ปิดเว็บ

 จากกรณีเพจรวบรวมผู้โดนโกงจาก FOREX 3D ได้เปิดชื่อ ดาราอักษรย่อ  ป ที่เกี่ยวพันกับคดีนี้ว่าคือ ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง" นักแสดงชาย ซึ่งถูกดีเอสไอยึดทรัพย์สินของกลางเป็นรถยนต์มูลค่ากว่า 20 ล้าน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น


 ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายปราปต์ปฎล สุวรรณบาง นักแสดง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เพื่อนพ้องน้องพี่ที่รักและเชื่อมั่นในตัวผม หลายคนสอบถามมาด้วยความเป็นห่วงใย ทั้งที่ได้รับสาย ข้อความ และไม่ได้รับสายไม่ได้ตอบข้อความ ตามที่มีสื่อบางสื่อ ที่ไม่แน่ใจว่าคำว่าสื่อจริงๆ ในยุคนี้คือแบบไหน ถ้าในยุคก่อน คนที่เป็นสื่อก่อนจะเสนอข่าวจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างมั่นใจจึงจะเสนอ ไม่ใช่แค่ใครเร็วกว่าถือเป็นความเลิศล้ำ จึงไม่ค่อยแน่ใจในบริบทของคำว่าสื่อมวลชนว่าตีความเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรครับ มีบางสื่อเสนอชื่อผมออกไปให้คนเข้าใจว่าผมมีส่วนเกี่ยวข้อง นั่นคือมีผลกระทบต่อตัวผม และผมในฐานะที่ได้รับผลกระทบจากการนำเสนอของสื่อบางสื่อ จะด้วยเจตนาใดก็แล้วแต่ ขอให้พี่ๆ น้องๆ เพื่อนพ้องที่เชื่อมั่นในตัวผม รอให้ผมออกมาพูดข้อเท็จจริงในเวลาที่เหมาะสมนะครับ ในเวลาที่เหมาะสมที่พูดออกไปแล้วเกิดประโยชน์ต่อสังคมไม่ใช่แค่ตัวผม ไม่ได้ออกตัวหล่อๆ ครับ"


 "ข้อเท็จจริงจะพูดกี่ครั้งก็เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่จะพูดเมื่อพร้อม คนที่มีข้อเท็จจริงอยู่กับตัวเป็นคนที่พร้อมพิสูจน์เสมอแค่ต้องรอเวลาที่เหมาะสม คนพูดไม่คิด ไม่ตรวจสอบตรึกตรอง แล้วก่อให้เกิดความเสียหาย สุดท้ายจะออกมาแค่ขออภัย ไม่น่าจะเป็นทางออกที่ถูกต้องนะครับ ถ้าจะคร็อปข้อความไป ขอให้ยกไปทั้งหมดนะครับอย่าตัดแต่งต่อเติม" นายปราปต์ปฎล ระบุ

 วันเดียวกัน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไม่มีอำนาจในการเข้าไปกำกับดูแลคดี Forex 3D ว่า ฟังแล้วรู้สึกเสียใจ เพราะต้องมีหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องนี้ หากปล่อยให้บริษัทตั้งขึ้นมาลงทุน แล้วมาระดมทุนจากประชาชนผ่านเครือข่ายการแชร์ลูกโซ่ หรือโซเชียลมีเดียเป็นพันล้าน หมื่นล้าน หลอกลวงให้ประชาชนเสียหาย จะไม่มีคนรับผิดชอบ


 "ส่วนที่กลต. ระบุคดีนี้เป็นเรื่องการหลอกลวงต้องเป็นคดีอาญานั้น ตนจะนัดประชุมคณะกรรมการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หากพบเป็นช่องโหว่กฎหมาย ให้สามารถเปิดบริษัทแล้วหลอกลวงประชาชนมาลงทุนผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเครือข่ายต่างๆได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แสดงว่ากฎหมายไทยไม่ทันสมัยต้องมีการปรับปรุง ซึ่งตนอยากปิดเว็บ และช่องทางเหล่านี้ จะต้องเพิ่มอำนาจให้กระทรวงดีอีเอสเข้ามาดู หาก กลต.ไม่ทำตนจะทำเอง แต่ต้องเพิ่มอำนาจให้ ต้องแก้กฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์"

   รมว.ดิจิทัลฯ กล่าวยืนยัน ว่า เรื่องนี้ กลต.ต้องเข้าไปดูแลการลงทุนของประชาชน เพราะโดยปกติแล้วหากจะเปิดบริษัทระดมทุนรวม หรือระดมทุนจากประชาชนต้องขออนุญาต ขึ้นทะเบียนจาก กลต. เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น หากมีการระดมทุนไม่ขออนุญาต และพบเห็น กลต. ต้องทำงานเชิงรุกโดยการแจ้งเตือนประชาชนไม่ใช่ปล่อยให้มีการหลอกลวงประชาชน จนเสียหายเป็นพัน เป็นหมื่นล้าน แล้วตามเงินคืนไม่ได้