เพลงป๊อปและแง่มุมชีวิตของ เกรย์สัน แชนซ์

บันเทิง13 ส.ค. 2564 • 23:00 น.
เพลงป๊อปและแง่มุมชีวิตของ เกรย์สัน แชนซ์
ดนตรี / วรรณากร ทองเสริม สิบกว่าปีก่อน เมื่อคลิปของ เกรย์สัน แชนซ์ ในวัย 12 ปีร้องเพลงและเล่นเปียโนในทศกาลดนตรีประจำโรงเรียน โดยคัฟเวอร์เพลงดังในอดีต “Paparazzi” ของ เลดี กากา ปรากฏขึ้นในแพลตฟอร์มออนไลน์และกลายเป็นไวรัลคลิป นับแต่นั้นเขาก็กลายเป็นที่จับตามองของคนจำนวนมาก ได้ออกรายการโทรทัศน์ของดารา/พิธีกรชื่อดังอย่าง เอลเลน ดีเจนเนอเรส ถึงสองครั้ง และนำมาซึ่งโอกาสงามด้านอาชีพนักดนตรี เกรย์สัน แชนซ์ เกิดที่เมืองวิชิตา ฟอลส์ รัฐเทกซัส แต่มาเติบโตที่โอคลาโฮมา เริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นพื้นฐานอันหนักแน่นของเขากับเครื่องดนตรีชนิดนี้ ปัจจุบัน แชนซ์ ในวัย 23 ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นเกย์ เขาเป็นหนึ่งในศิลปินกลุ่ม LGBT+ ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ถ้านับจากวันที่เสียงยังไม่แตกหนุ่มจนถึงวันที่เป็นชายหนุ่มเต็มตัว นักร้อง/นักแต่งเพลง/นักเปียโนรายนี้ก็มีผลงานมาแล้วไม่น้อย เรียกว่าไม่ใช่คนหน้าใหม่ของวงการ แชนซ์ ได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัดเพลง มีผลงานในแบบสตูดิโออัลบั้มชุดแรกตั้งแต่อายุ 14 ปี ชื่อ Hold On ‘til the Night แต่หลังจากนั้น เขามีแต่ผลงานแบบมินิอัลบั้มหรืออีพีออกมาอีกสองชุด ตามด้วยสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ในชื่อว่า Portraits เมื่อปี 2562 ส่วน Trophies ซึ่งเป็นผลงานล่าสุดของเขา จัดเป็นงานแบบอีพี มีผลงานอยู่ 8 เพลง อาจจะน้อยไปสำหรับการเป็นอัลบั้มอย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็ถือว่ามากสำหรับการเป็นมินิอัลบั้ม แน่นอนว่า Trophies เป็นงานเพลงป๊อป แต่เป็นป๊อปที่กรุ่นกลิ่นอายของบรรยากาศเพลงในอดีต แชนซ์ ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งของอัลบั้มนี้มาจาก ทันยา ทัคเกอร์ ศิลปินหญิงแนวคันทรี ผู้เริ่มต้นอาชีพนักดนตรีเมื่อายุสิบสี่เช่นเดียวกับตัวเขา แชนซ์ เล่าว่าหลังจากผ่านความสับสนเรื่องวิกฤติความมั่นใจในตัวตนของตัวเอง เขาก็ตัดสินใจที่จะกลับไปหารากเหง้าของตัวเอง ตัดสินใจที่จะทำเพลงในแบบที่ตัวเองชอบ และผลลัพธ์ที่ได้ก็คืองานชุดใหม่นี้ จำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของ 8 เพลงในงานชุดนี้มีความโดดเด่นในแง่มุมที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น “Holy Feeling” หรือ “Nobody”, “High Waisted” ซึ่งอยู่ในจังหวะคึกคัก เป็นเพลงเต้นรำที่ไม่เร็วนัก แต่นำบรรยากาศสดใสของวันวานมาสอดแทรกไว้อย่างลงตัว ขณะที่ “Hellboy” ที่ออกแนวเท่ ๆ และเซ็กซี่ แต่ความสนุกสนานที่มีในเพลงนั้น ไม่แพ้กัน ในเพลง “Hands” เกรย์สัน ขึ้นต้นด้วยเสียงฟอลเซตโต และเขาการร้องเสียงหลบเช่นนี้เป็นส่วนใหญ่ในเพลง กลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจ ทางด้าน “O Violet” ก็เด่นที่เสียงประสานในสไตล์คันทรียแบบเบา ๆ แชนซ์ เขียนเพลงจากประสบการณ์ชีวิตของเขา ซึ่งหนีไม่พ้นเรื่องของมุมมองและความรู้สึกของการเป็นคนที่แตกต่างไปจากบรรทัดฐานทางสังคมยุคเก่าที่ฝังรากลึกมานาน แม้ว่ายุคนี้จะเปิดกว้างมากขึ้นเรื่องความหลากหลายเพศก็ตาม สารที่เขาสื่อออกมาในเพลงจึงโดนใจคนในวัยหนุ่มสาว ไม่เพียงคนที่อยู่ในกลุ่ม LGBT+ แต่ในบางแง่มุมก็ยังโดนใจคนที่รู้สึกแปลกแยกจากสังคม โหยหาความเข้าอกเข้าใจและขาดความเชื่อมั่นที่จะเป็นตัวของตัวเอง สิ่งเหล่านี้เพิ่มคุณค่าให้เพลงปอปของ เกรย์สัน แชนซ์ ทำให้งานของเขาที่...อาจจะไม่ถึงขั้นแปลก แต่แตกต่างอย่างแน่นอน