DOLLY PARTON การจากลาของผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่
ดนตรี / ทิวา สาระจูฑะ
ความตายของ ดอลลี่ พาร์ตัน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา ไม่เพียงสร้างความอาลัยให้ผู้คนมากมายที่มีต่อศิลปินยิ่งใหญ่ แต่ยังสร้างความตกใจด้วย เพราะก่อนหน้าหน้านี้ในช่วงปลายปี 2025 เธอยังประกาศเตรียมตัวจะกลับไปเปิดชุดการแสดงที่ลาส เวกัสอีกครั้ง และไม่มีเค้าของความเจ็บป่วย หรือถ้ามี เธอก็ซ่อนไว้ได้อย่างมิดชิด
ข้อมูลที่ตามหลังการจากไปของเธอก็คือ ดอลลี่ เคยปัญหาเกี่ยวกับไตและภูมิต้านทาน แต่ก็ยังออกคอนเสิร์ทและงานต่างๆตาปกติ เธอเพิ่งเข้ารักษาตัวที่ สถาบันมะเร็ง เดอะ แวนเดอร์บิลต์-อินแกรม ในแนชวิลล์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นี้เอง เพียง 4 วันหลังจากนั้น เธอก็สิ้นลมหายใจในวัย 80 ปี รวดเร็วและรวบรัดอย่างยิ่ง
ดอลลี่ มาจากครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่แถบภูเขาในเทนเนสซี่ ครอบครัวที่มีลูกมากถึง 12 คน แต่ฐานะไม่ได้ลดทอนพรสวรรค์ของเธอ แต่กลับทำให้เธอใช้มันควบคู่กับพรแสวงอย่างจริงจัง เธอแต่งเพลงแรกในชีวิตด้วยอายุเพียง 6 ขวบ และร้องเพลงออกทางรายการวิทยุและแสดงในรายการโทรทัศน์ท้องถิ่นตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ และพออายุ 13 ก็ได้บันทึกเสียงเพลงแรกในฐานะนักร้องอาชีพ
ชีวิตไม่มีอะไรง่าย อีกหลายเพลงต่อมาที่เธอบันทึกเสียง ทั้งที่ออกเป็นซิงเกิ้ล และอยู่ในอัลบั้มรวมเพลงกับศิลปินอื่นๆ ก็ยังไม่พบแสงสว่าง และถูกบอกเลิกสัญญาศิลปินที่เซ็นไว้กับ เมอร์คิวรี่ เรคอร์ดส์ แต่ก็มีสังกัดเพลง โมนูเม้นท์ เรคอร์ดส์ ที่เห็นศักยภาพในตัวเธอ และเซ็นสัญญาด้วย
จากนั้นก็เริ่มต้นด้วยการเป็นนักแต่งเพลงให้นักร้องคนอื่นร้อง สังกัดพยายามออกซิงเกิ้ลให้เธอด้วยภาพลักษณ์ของศิลปินป็อป แต่ไม่ใกล้เคียงความสำเร็จ ในที่สุด เธอจึงได้ออกอัลบั้มชุดแรกในแนวคันทรี่ในปี 1967 ตอนอายุ 21 ชื่อที่เหมิอนการแนะนำตัวว่า Hello, I'm Dolly นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของคำพูดซ้ำๆคุ้นหูที่ว่า “ที่เหลือหลังจากนั้นคือประวัติศาสตร์”
ในอาชีพศิลปินบันทึกเสียงที่ยาวนานเกือบ 6 ทศวรรษ ดอลลี่ เป็นหนึ่งในศิลปินที่มีผลงานขายดีที่สุดตลอดกาล ด้วยตัวเลขกว่า 100 ล้านแผ่น เธอมีอัลบั้มออกมาแล้ว 49 ชุด และในจำนวนนี้มากถึง 44 ชุด ขึ้นไปติดท็อป 10 บนตารางอันดับอัลบั้มคันทรี่ อัลบัมหลังสุดของเธอคือ Rockstar (2023) ขึ้นไปถึงอันดับ 3 บนตารางอัลบั้ม บิลล์บอร์ด 200 ซึ่งเป็นตารางอันดับที่รวมดนตรีทุกแนว
นอกจากนี้ ดอลลี่ ยังมีเพลงบนตารางซิงเกิ้ลคันทรี่มากถึง 110 เพลง! และในจำนวนนี้ 25 เพลงขึ้นถึงอันดับ 1
ดอลลี่ เป็นศิลปินหญิงในสายคันทรี่น้อยคนที่แต่งเพลงได้ดี ส่วนใหญ่จะเป็นนักร้องเพียงอย่างเดียว แต่เธอทำควบคู่กันมาตลอดอาชีพดนตรี
ดอลลี่ แต่งเพลงไว้มากกว่า 3,000 เพลง มีเพลงฮิทที่ขึ้นชั้นอมตะไปแล้ว อย่าง “Jolene”, "Coat of Many Colors", "Here You Come Again", "Two Doors Down", "Do I Ever Cross Your Mind" และแน่นอน - "I Will Always Love You" ซึ่งขึ้นไปติดอันดับ 1 บนตารางซิงเกิ้ลคันทรี่ 2 หน และกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาล เมื่อถูกนำไปบันทึกเสียงโดย วิทนี่ย์ ฮูสตัน ประกอบหนังเรื่อง The Bodyguard (1992) ทำยอดขายได้กว่า 40 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก และเป็นหนึ่งในเพลงที่ถูกนำไปใช้ในการประกวดร้องเพลงมากที่สุด
นอกเหนือจากนอกจากการเป็นนักร้อง, นักดนตรี และนักแต่งเพลง ดอลลี่ ยังมีบทบาทในฐานะนักแสดง, นักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในอเมริกา และการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการหาหนังสือส่งให้เด็กๆทั่วอเมริกา และอีกหลายที่ในโลก ได้อ่านทุกเดือน เพราะเธอเชื่อมั่นว่าการอ่านออกเขียนได้นั้นสำคัญที่สุด
ดอลลี่ มีผลงานทางด้านโทรทัศน์ค่อนข้างมาก อาจจะเพราะเธอเริ่มต้นมาจากตรงนั้น แต่ถึงภาพยนตร์ที่เข้าฉายโรงจะมีเพียง 8 เรื่องที่เธอปรากฏโฉมร่วมอยู่ด้วย ทั้งหมดก็ยังเป็นที่น่าจดจำในฐานะนักแสดง โดยเฉพาะ 9 to 5 (1980) และ The Best Little Whorehouse in Texas (1982) ที่เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ลูกโลกทองคำ ทั้งสองเรื่อง
ตลอดชีวิตการทำงานของ ดอลลี่ เธอได้รับรางวัลเกียรติยศมากมายนับไม่ถ้วน และอาจไม่พอจะเก็บไว้ในห้องเพียงห้องเดียว หากนับเฉพาะรางวัล แกรมมี่ ซึ่งถือว่าใหญ่สุดในวงการดนตรี เธอคว้าไปแล้วถึง 11 รางวัล และเธอยังเป็นศิลปินหญิงคันทรี่เพียงคนเดียวที่ได้รับการบันทึกชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศแห่งร็อค แอนด์ โรลล์
แต่สิ่งสำคัญกว่ารางวัลอื่นใด ดอลลี่ พาร์ตัน ได้การยอมรับนับถือจากผู้คนในทุกแวดวงดนตรี ด้วยความสามารถที่สร้างสรรค์ผลงานชั้นยอดเอาไว้ และจิตใจเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนร่วมวงการ จะเห็นว่าเธอรับเชิญไปร่วมบันทึกเสียงให้ศิลปินมากมาย ไม่จำกัดเฉพาะสายคันทรี่
คุณงามความดีที่ควรจะเป็นแบบอย่างให้คนดนตรีรุ่นหลังที่ตามมาได้เรียนรู้ และการยอมรับนับถือจากศิลปินด้วยกัน คือรางวัลที่ไม่ต้องประกาศ ความยิ่งใหญ่ของ ดอลลี่ พาร์ตัน อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว.