"เอส กันตพงศ์" รับฟ้องกลับอดีตภรรยา สุดช้ำลูกเรียกว่า "ลุง" แต่เรียกผู้ชายอีกคนว่าพ่อ

บันเทิง4 เม.ย. 2569 • 16:01 น.
"เอส กันตพงศ์" รับฟ้องกลับอดีตภรรยา สุดช้ำลูกเรียกว่า "ลุง" แต่เรียกผู้ชายอีกคนว่าพ่อ

กำลังเป็นที่จับตา สำหรับเรื่องราวของพระเอกดัง "เอส กันตพงศ์" ที่ล่าสุดออกมาเปิดใจถึงสาเหตุฟ้องกลับหย่าภรรยา

ล่าสุดวันนี้ (4 เม.ย.69) เพจ อรรถรส  ออกมาสรุปว่า "เอส กันตพงศ์" เปิดความจริงสุดช้ำ ถูกฟ้องหย่าตั้งแต่ตอนป่วยหนัก!.ฟางเส้นสุดท้ายทวงคืนสิทธิ์ดูแลลูก เพราะลูกเรียกเขาว่า 'ลุงเอส' มาตลอด" ลั่น! ขอแค่สิทธิ์ความเป็น "พ่อ" คืน ไม่ได้หวังพรากสิทธิ์ 100% จากใคร

ย้อนรอยจุดเริ่มต้น

- ช่วงกลางปี 2566 "เอส กันตพงศ์" วูบหมดสติกลางงานอีเวนต์ ต้องรักษาตัวในห้องไอซียูนานนับเดือน

- แต่หลังจากเอสเกิดปาฏิหาริย์ฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ จู่ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับสะดุดลง เอสออกมายอมรับว่าได้ "แยกกันอยู่" กับภรรยาแล้ว

- ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งคู่ตัดสินใจไป "จดทะเบียนหย่า" จบชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยตอนนั้นเอสยอมเซ็นยกสิทธิ์ในการปกครองบุตร ให้ฝั่งหญิงไป 100% เพื่อตัดปัญหา

- จากนั้นคิตตี้ให้สัมภาษณ์ทำนองว่า "ความรักไม่ควรมีมือที่สาม" ทำให้ชาวเน็ตตีความและพุ่งเป้าโจมตีไปที่ครอบครัวของฝั่งเอส ว่าเข้ามาก้าวก่ายชีวิตคู่จนทำให้ต้องเลิกรากัน

ล่าสุดเอสออกมาให้สัมฯ โต้กลับบทสัมภาษณ์

- เอสเผยว่าเพิ่งได้เห็นคลิปสัมภาษณ์ของคิตตี้ และขอออกมายืนยันว่าสิ่งที่อดีตภรรยาพูดนั้น "ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด"

- ที่ผ่านมาเอสเลือกที่จะเงียบ โกหกสื่อ และเป็นคนเสนอให้ทำสัญญาห้ามพูดเรื่องหย่า (NDA) เอง เพราะเห็นแก่ลูก ไม่อยากให้ลูกโตมาเห็นภาพจำความขัดแย้งของพ่อแม่บนอินเทอร์เน็ต

- เอสตั้งคำถามกลับอย่างเจ็บปวดว่า ที่คิตตี้ออกมาให้ข่าวโดยอ้างว่าทำเพื่อปกป้องตัวเองนั้น แล้วได้นึกถึงและปกป้องสิทธิ์ของลูกบ้างไหม?

- ความจริงสุดช็อกที่เพิ่งเปิดเผยคือ เอสไม่ได้เป็นคนทิ้งครอบครัว แต่เขาเป็นฝ่าย "โดนฟ้องหย่า" ตั้งแต่ตอนที่เพิ่งเริ่มหายป่วยและเพิ่งออกจาก รพ. มาใหม่ๆ

เคลียร์ชัด! ปม "ครอบครัวก้าวก่าย" และ "มือที่สาม"

- เอสยืนยันหนักแน่นว่า ครอบครัวของตน (พ่อ แม่ พี่น้อง) ไม่เคยก้าวก่ายชีวิตคู่ตอนที่อยู่ด้วยกันตามที่สังคมเข้าใจผิดเลยแม้แต่น้อย

- ครอบครัวเข้ามาช่วยจัดการเรื่องต่างๆ เฉพาะช่วงที่เอสป่วยหนักอยู่โรงพยาบาลเท่านั้น เหตุผลเพราะอดีตภรรยาบอกเองว่า "ไม่พร้อมที่จะดูแล"

- หนำซ้ำในระหว่างที่เอสป่วยและทำงานไม่ได้ ครอบครัวของเอสยังเป็นฝ่ายโอนเงินดูแลและซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้อดีตภรรยามาโดยตลอด

- ส่วนปม "มือที่สาม" เอสบอกว่าฝั่งตนไม่มีแน่นอน แต่ให้สื่อไปถามฝั่งหญิงเอาเองว่าที่พูดนั้นหมายถึงใครกันแน่

ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ต้องขึ้นศาล ทวงคืนสิทธิ์ความเป็น "พ่อ"

- แม้ตอนหย่าจะยอมยกสิทธิ์ 100% ให้ แต่สุดท้ายเอสต้องไปยื่นฟ้องศาลขอแบ่งสิทธิ์คืนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

- สาเหตุหลักที่ตัดสินใจฟ้องกลับ เป็นความเจ็บปวดที่ เอสเก็บมาถึง 3 ปี (และเพิ่งมารู้ชัดเจนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว) เพราะลูกเรียกเขาว่า "ลุงเอส" มาตลอด ในขณะที่ไปเรียกผู้ชายอีกคนว่า "แด๊ดดี้"

- เหตุการณ์ฝังใจคือ วันที่เอสไปส่งลูก ลูกพูดต่อหน้า เขา ว่า "วันนี้แด๊ดดี้...ไม่มาเหรอ วันนี้ลุงเอสมาส่ง" ซึ่งตอนนั้น เขาแค่จูงมือลูกเดินออกไปเฉยๆ โดยไม่พูดอธิบายความจริงให้เด็กเข้าใจเลย

- ตอนแรกเอสพยายามหลอกตัวเองว่าลูกแค่พูดผิด จนกระทั่งปลายปีที่แล้วถึงตระหนักได้ว่า ลูกเรียกตนว่าลุงจริงๆ ไม่ได้พูดผิด และที่เจ็บปวดคือเอสไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปัจจุบันลูกพักอยู่ที่ไหน

การถูกจำกัดเวลาเจอลูก

- ปัจจุบันเอสถูกจำกัดเวลาในการเจอลูกอย่างมาก เฉลี่ยรวมแล้วได้เจอลูกแค่เดือนละประมาณ 20 ชั่วโมงเท่านั้น

- เขาได้เจอหน้าลูกแค่ช่วงไปรับหลังเลิกเรียน สัปดาห์ละ 2-3 วัน และได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแค่วันละประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

- เอสย้ำชัดเจนว่า การฟ้องร้องครั้งนี้ เขาไม่ได้ต้องการแย่งสิทธิ์ปกครองมา 100% เขาแค่ขอให้ศาลช่วย "แบ่งสิทธิ์" เพื่อให้เขาได้ทำหน้าที่พ่อ

- สิ่งเดียวที่ผู้ชายคนนี้ต้องการ คือให้ลูกได้รับรู้ความจริงว่า "เอส กันตพงศ์ คือพ่อแท้ๆ ไม่ใช่ลุง"

การไกล่เกลี่ยล้มเหลว และปริศนาทิ้งท้ายถึงสาเหตุหย่า

- เอสพยายามขอเจรจาไกล่เกลี่ยนอกศาลมาเป็นปีแล้ว แต่อีกฝ่ายปฏิเสธมาตลอด และยืนกรานจะเก็บสิทธิ์ปกครอง 100% ไว้คนเดียว

- ล่าสุดที่ไปขึ้นศาล การเจรจาก็ยังคงล้มเหลว ตกลงกันไม่ได้ เพราะฝ่ายหญิงไม่ยอมประนีประนอมแบ่งสิทธิ์ใดๆ ให้

- เมื่อถูกถามถึงสาเหตุการหย่าที่แท้จริง เอสตอบว่าจนถึงทุกวันนี้ ตัวเขาเองก็ยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมถึงโดนฟ้องหย่า

แท็กที่เกี่ยวข้อง