กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระบรมราโชวาทบัณฑิตใหม่ มมส “นําความรู้... ไปใช้ให้บังเกิดผลเป็นประโยชน์ ด้วยความเข้าใจ จริงใจ และเต็มใจ”
พิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยมหาสารคามวันแรก ทูลเกล้า ฯ ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาภาษาตะวันออก พระราชทานรางวัลนาดูนทองคำแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้มหาวิทยาลัย-ศิษย์เก่าดีเด่น-นักวิจัยดีเด่น วันแรกมีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร 3,360 คน
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.63 เวลา 12.47 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปีการศึกษา 2562 เป็นวันแรก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมหาสารคาม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี รองอธิการบดี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม ผู้แทนบัณฑิต ผู้แทนนิสิต และผู้แทนนักเรียน เฝ้า ฯ รับเสด็จ
ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและนโยบาย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้าเผ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2562 นายสราวุธ เบญจกุล นายกสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม กราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กราบบังคมทูลถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่สภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีมติทูลเกล้า ฯ ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาภาษาตะวันออก แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยพระปรีชาสามารถ พระวิริยะอุตสาหะ ตลอดจนพระราชจริยวัตรอันเพียบพร้อมสมบูรณ์ ทรงศึกษาเรียนรู้ด้านภาษาตะวันออกอย่างต่อเนื่อง ทรงมีผลงานที่ยังประโยชน์ยอดเยี่ยมในเชิงวิชาการและงานสร้างสรรค์วรรณศิลป์ภาษาตะวันออก เป็นที่ประจักษ์ชัดและได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ
จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กราบบังคมทูลเบิกพระสงฆ์ผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร และพระสงฆ์ผู้ได้รับรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ ประเภทผู้ทำประโยชน์ให้มหาวิทยาลัย คือ พระสารคามมุนี (บุญเรือง ฐานทตฺโต) และมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับพระราชทานปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์ คือ ศาสตราจารย์นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นประจำปี ซึ่งถือเป็นบุคคล ที่สร้างคุณงามความดี ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติสมควรได้รับพระราชทานรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำประเภทศิษย์เก่าดีเด่น คือ นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล
และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีนโยบายส่งเสริมและเชิดชูเกียรตินักวิจัย ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ในวงวิชาการหรือสังคมวิชาการทั่วไป ตลอดจนเพื่อเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการทำงานวิจัย และสมควรได้รับพระราชทานรางวัลเชิดชูเกียรตินักวิจัยดีเด่น สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงราตรี สว่างจิตร จากนั้นอธิการบดีกราบบังคมทูลเบิกผู้เข้ารับพระราชทานทุนภูมิพล ประจำปีการศึกษา 2562 จำนวน 33 ราย
พิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในวันนี้เป็นวันแรก มีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จำนวนทั้งสิ้น 3,360 คน ประกอบด้วย ระดับปริญญาเอก 88 คน ปริญญาโท 294 คน และปริญญาตรี 2,978 คน ภายหลังพิธีพระราชทานปริญญาบัตร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาทแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ความตอนหนึ่งว่า
“การที่บัณฑิตได้สําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนั้น มีความสําคัญต่อสังคมอย่างมาก เพราะสังคมจะมีทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้สูงเพิ่มขึ้นอีกเป็นจํานวนมาก มาช่วยกันสร้างสรรค์ ประโยชน์และความเจริญมั่นคง. บัณฑิตทุกคนจึงควรตระหนักถึงความสําคัญในข้อนี้ แล้วตั้งใจ พยายามนําความรู้ที่มีอยู่ ไปใช้ให้บังเกิดผลเป็นประโยชน์ ด้วยความเข้าใจ จริงใจ และเต็มใจ ที่ว่าใช้ด้วยความเข้าใจนั้น คือเข้าใจว่า จะนําความรู้ใด ไปใช้ทําอะไร และต้องใช้อย่างไร ที่ว่าใช้ด้วยความจริงใจ หมายความว่า มีความสุจริตบริสุทธิ์ใจ ที่จะนําความรู้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่างแท้จริง ไม่นําความรู้ไปบิดเบือนเพื่อให้บังเกิดผลในทางเสื่อมเสียหาย. ที่ว่าใช้ด้วยความเต็มใจ หมายถึง ยินดีและสมัครใจ ที่จะนําความรู้ไปใช้โดยเต็มกําลังสติปัญญาความสามารถ จนงานที่ทํา สําเร็จผลเป็นประโยชน์ยั่งยืนแก่ตนแก่ส่วนรวม. จึงขอให้บัณฑิตทุกคนพิจารณาเรื่องนี้ให้ทราบชัด แล้วนําไปเป็นแนวทางปฏิบัติในการใช้ความรู้ ให้สมกับที่แต่ละคนเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า ของสังคมสืบไป”