“กทปส.” โชว์นวัตกรรม“Skan & Go” โปรแกรมล้ำรับมือ “โควิด” ศิริราชนำร่อง

การศึกษา24 ส.ค. 2563 • 09:29 น.
“กทปส.” โชว์นวัตกรรม“Skan & Go” โปรแกรมล้ำรับมือ “โควิด” ศิริราชนำร่อง
ต้องยอมรับว่า “อินเตอร์เน็ต” ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมา หลายประเทศได้นำไปประยุกต์ใช้บริหารจัดการ และแจ้งเตือนปัญหาที่เสี่ยงกระทบกับสุขภาพของผู้คนจำนวนมาก นายนิพนธ์ จงวิชิต ผู้อำนวยการกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นเป็นรอบที่ 2การมีเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตามอย่างรัดกุม ทั้งกลุ่มผู้เสี่ยงติดเชื้อ ผู้ป่วยติดเชื้อ และติดตามอาการผู้ป่วยติดเชื้อซ้ำ จึงจำเป็นต่อการรักษา และป้องกันการกระจายของโรคเป็นวงกว้าง ตลอดจนคลี่คลายสถานการณ์ให้อยู่ในภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ หนึ่งในงานวิจัย และนวัตกรรมที่ กทปส. ได้สนับสนุน ภายใต้งบประมาณให้สถานพยาบาลของรัฐต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19 (รอบที่ 2) รวมมูลค่า 6.2 ล้านบาท จนเกิดเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม คือ “Skan & Go” จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โปรแกรมที่ช่วยเก็บเรคคอร์ดทุกจุดเช็คอิน เพียงสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) และไปต่อ เพื่อสะดวกต่อการติดตามประวัติการเดินทางของผู้ป่วยย้อนหลัง นอกจากนี้ ยังพร้อมสนับสนุนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ตลอดจนประชาชนนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดี กทปส. เล็งผลักดันการพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคต ที่มีอินเตอร์เน็ตเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญพัฒนา เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้หรือแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในภาคประชาชน รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า โปรแกรม “Skan & Go” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบฯพัฒนางานวิจัยอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะจาก กทปส. กว่า 6 ล้านบาท โปรแกรมที่ช่วยให้การเรคคอร์ดทุกจุดเช็คอินเป็นเรื่องง่าย เพียง “สแกนและไปต่อ” ที่มาพร้อมฟังก์ชันแสดงผลความเสี่ยงของพื้นที่นั้น ๆ ใน 3 เฉดสี คือ “สีแดง” พื้นที่ติดเชื้อ “สีส้ม” พื้นที่เสี่ยงติดเชื้อและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และ “สีเขียว” พื้นที่ปลอดภัย อีกทั้งยังมาพร้อมความสามารถในการเช็คเอาท์อัตโนมัติ เมื่อเช็คอินโลเคชันใหม่ ประวัติการเดินทางทั้งหมดจะเก็บเป็นความลับในฐานข้อมูลกลาง แต่กรณีที่ผู้ใช้งานได้เช็คอินในที่เดียวกับผู้ป่วยโควิด จะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อตรวจหาเชื้อโดยละเอียด นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถดาวน์โหลดประวัติเดินทางในรอบ14วันให้กับทีมแพทย์ได้ทันที เพื่อลดขั้นตอนซักประวัติเดินทาง-ป้องกันการตกหล่นในการให้ข้อมูล โปรแกรมดังกล่าว มุ่งประโยชน์แก่ผู้ใช้งาน4 กลุ่มคือ ประชาชน ที่จะได้ทราบถึงระดับความเสี่ยงพื้นที่ปลายทางว่าอยู่ระดับใด ผู้ประกอบการเจ้าของสถานที่ มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจปิดหรือเปิดสถานประกอบการ บุคลากรทางการแพทย์ สามารถใช้ตรวจสอบประชาชนที่เข้ามาใช้บริการต่อผู้ป่วย ในช่วงเวลานั้น ๆ พร้อมส่งSMS แจ้งเตือน เพื่อกลับเข้ามาตรวจหาความเสี่ยงติดเชื้อ และ เจ้าหน้าที่ควบคุมโรค  สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง รวมถึงนำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยโรค โดยนำร่องใช้จริง ณ โรงพยาบาลศิริราช แล้ว ติดตั้งจุดสแกน QR Code กว่า 700 จุด ที่มีอัตรารวมตัวของคนจำนวนมากรอบโรงพยาบาล ปัจจุบันมีหน่วยงานหลายภาคส่วน รวมถึงประชาชน ได้นำโปรแกรม “Skan & Go” ไปใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ มากกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ หากหน่วยงานรัฐ เอกชน สถานประกอบการ รวมถึงประชาชนที่สนใจแจ้งความประสงค์มาได้ที่ คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 0-2 419 -7000 (ในวันเวลาราชการ) เพื่อจัดหาเจ้าหน้าที่ ในการอบรมพร้อมให้คำแนะนำการใช้งานโดยละเอียดเป็นลำดับต่อไป ผู้สนใจยื่นขอรับทุนสนับสนุนจาก กทปส. ติดตามรายละเอียดการรับสมัครได้ที่ กองทุนวิจัยและพัฒนาฯ โทรศัพท์0-2554-8111 และ 0-2554-8114 หรือ www.facebook.com/BTFPNEWS และ https://btfp.nbtc.go.th