งานวิจัย “มมส” ไม่ขึ้นหิ้ง “เครื่องอบแห้งรังสีอินฟราเรด-ลมร้อน” เอกชนต่อยอดเชิงพาณิชย์

การศึกษา14 ต.ค. 2562 • 23:50 น.
งานวิจัย “มมส” ไม่ขึ้นหิ้ง “เครื่องอบแห้งรังสีอินฟราเรด-ลมร้อน”  เอกชนต่อยอดเชิงพาณิชย์
คอลัมน์ “ด้วยสมองและสองมือ” หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ศูนย์ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ บริษัท อาทิตย์จักรกล จำกัด จัดพิธีลงนามการอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา “เครื่องอบแห้งแบบถังทรงกระบอกหมุนด้วยระบบรังสีอินฟราเรดร่วมกับลมร้อนปล่อยทิ้ง” โดยมี รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นประธาน รศ.ดร.ประยุกต์ ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ลงนามร่วมกับ นายระพี บุญบุตร กรรมการ บริษัท อาทิตย์จักรกล จำกัด  โดยมี ผศ.ดร. ธีรยุทธ ชาติชนะยืนยง และรศ.ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีประทีป ร่วมลงนามเป็นพยาน ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 4 อาคารบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขณะเดียวกันได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการอีกหนึ่งฉบับ ระหว่าง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กับ บริษัท อาทิตย์จักรกล จำกัด เพื่อร่วมมือในการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมเกษตร และงานด้านอุตสาหกรรมเกษตรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนจัดฝึกอบรม สัมมนาเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมเกษตร ผศ. ดร.จักรมาส เลาหวณิช นักวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า  เครื่องอบแห้งฯ ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่ 1ตัวถังซึ่งถือเป็นส่วนของห้องอบแห้ง ภายในติดตั้งอุปกรณ์ ช่วยในการลําเลียง 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 เกลียวลําเลียงซึ่งติดตั้งขดวนรอบถัง และช่วงที่ 2 ใบโปรยวัสดุที่ติด ตั้งตามแนวรัศมีของตัวถัง ส่วนที่ 2 ชุดควบคุม และส่วนที่ 3 ขัดให้ความร้อนด้วยรังสีอินฟราเรด ร่วมกับลมร้อนปล่อยทิ้งสามารถอบแห่งวัสดุในลักษณะไหลผ่านเครื่องอบแห้ง ใช้อบแห้ง วัสดุที่เป็นเม็ด เป็นสะเก็ด และเป็นก้อน ลักษณะเด่นของการประดิษฐ์นี้ คือไม่ยุ่งยาก เครื่องดังกล่าวยังให้พลังงานแก่วัสดุโดย การแผ่รังสีโดยตรงไปยังวัสดุ ซึ่งเป็นผลให้วัสดุได้รับรังสีความร้อนอย่างรวดเร็ว ผนวกกับการเป่าลม เหลือทิ้ง จากหัวเผาอินฟราเรด ทําให้เกิดลมร้อนกระจายสัมผัสกับวัสดุ และตัวถัง จึงทําให้เกิดการอบแห้งของวัสดุ 2 หลักการ ได้แก่ การแผ่รังสีอินฟราเรดในช่วงแรก และอบแห้งด้วยลมร้อนในช่วงถัดมาภายในตัวถัง เป็นผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการอบแห้งสามารถลดความชื้นได้อย่างรวดเร็ว และสม่ำเสมอ อีกทั้ง เป็นระบบการอบ แห้งแบบไหลต่อเนื่องได้ในปริมาณมาก สำหรับการลงนามในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหรือเอกชน ได้มีโอกาสนำเอาทรัพย์สินทางปัญญาจากงานวิจัยของอาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไปใช้ประโยชน์เพื่อก่อให้เกิดมูลค่าในเชิงพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นอกจากนี้ ยังสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม อันจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนเพื่อให้เป็นไปตามพันธกิจหลักของศูนย์ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ในการดำเนินงานตามโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เครือข่ายมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ต่อไป