- โฆษณา -

ศธ. จับมือ พม. บูรณาการ 7 ด้าน ดูแลกลุ่มเปราะบาง-คนพิการ พร้อมชู 3 Quick Win

การศึกษา10 ก.ย. 2569 • 15:53 น.
ศธ. จับมือ พม. บูรณาการ 7 ด้าน ดูแลกลุ่มเปราะบาง-คนพิการ พร้อมชู 3 Quick Win

วันที่ 10 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกันแถลงผลการหารือแนวทางการดูแลเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้เข้าถึงการศึกษาและการคุ้มครองสิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึง

นายประเสริฐ เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ 7 เรื่อง โดยเรื่องแรกคือการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ผ่านการเชื่อมโยงระบบ "Traffy Fondue" เพื่อรับแจ้งเหตุความรุนแรงและส่งต่อข้อมูล โดยมีการจัดทีมสหวิชาชีพร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและเยียวยา ส่วนเรื่องที่สองคือการดูแลสิทธิประโยชน์ทางการศึกษาของเด็กในสถานสงเคราะห์ โดยจะร่วมกันแก้ไขข้อจำกัดด้านค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทางการศึกษา เพื่อให้เด็กในความดูแลของกระทรวง พม. ได้รับสิทธิ์ครบถ้วนโดยไม่เป็นภาระเพิ่มเติม

สำหรับเรื่องที่สามคือการจัดการศึกษาสำหรับเด็กเร่ร่อนและกลุ่มเปราะบาง โดยเน้นรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่น หรือจัดตั้งศูนย์การศึกษาตามมาตรา 12 สำหรับเด็กที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่ระบบการเรียนปกติ เรื่องที่สี่คือการศึกษาพิเศษและการเรียนรวมสำหรับผู้พิการ โดยจะพัฒนาห้องเรียน ครูล่าม สื่อ และอุปกรณ์ พร้อมเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้พิการระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง พม. และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือที่ตรงกับความต้องการ

- โฆษณา -

ประเด็นที่ห้าคือการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กและดูแลเด็กปฐมวัย โดยกำหนดมาตรฐานและผู้รับผิดชอบตามช่วงวัย พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่แรกเกิด เรื่องที่หกคือการดูแลครอบครัวของเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาผ่านแนวทาง "All for Education" โดยบูรณาการการทำงานเพื่อแก้ปัญหาความยากจน การย้ายถิ่น หรือความรุนแรงในครอบครัว ทั้งในมิติการศึกษา สาธารณสุข สังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพจิต และเรื่องที่เจ็ดคือการปรับปรุงที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย โดยบูรณาการงานระหว่างกระทรวง พม. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

นายประเสริฐ กล่าวว่า การดำเนินงานในระยะต่อไปจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดเจ้าภาพในแต่ละประเด็นและจัดทำฐานข้อมูลรายบุคคลชุดเดียวกัน รวมถึงใช้ระบบ "Traffy Fondue" ในการรับแจ้งเหตุและเยียวยาที่ชัดเจน นอกจากนี้จะมีการเชื่อมโยงระบบ "พม. Smart Care" และ "Health Care" เพื่อคัดกรองสุขภาพจิต และสนับสนุนอาชีพผ่านศูนย์ฝึกอบรมของ พม. และ สกร. เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบ

โดยในอนาคตจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นแผนงาน "Quick Win" สำหรับปีงบประมาณ 2570 ในโครงการนำร่องปรับปรุงที่อยู่อาศัยกลุ่มเปราะบาง 10,000 ยูนิต โดยใช้ศักยภาพของนักศึกษาอาชีวะจากศูนย์ "Fix it Center" จำนวน 433 แห่งทั่วประเทศ เข้าไปดำเนินการซ่อมแซมเพื่อสร้างประสบการณ์จริงและรายได้ให้นักศึกษาตามนโยบาย "Learn to Earn"

นายนิกร กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มี 3 ประเด็นสำคัญที่เป็น "Quick Win" สามารถดำเนินการได้ทันทีในปีงบประมาณ 2570 คือ 1. การเชื่อมโยงศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ของกระทรวงศึกษาธิการเข้ากับศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) สายด่วน 1300 ของกระทรวง พม. ผ่านระบบ "Traffy Fondue" เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเด็กในโรงเรียนรวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น 2. การทำ MOU ระหว่างอาชีวศึกษากับกระทรวง พม. เพื่อให้นักศึกษาอาชีวะที่มีทักษะด้านงานช่างและอยู่ในชุมชนนั้นๆ เข้าไปช่วยซ่อมแซมบ้านให้ผู้สูงอายุและคนพิการ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าแรงและให้นักศึกษาได้ฝึกอาชีพในชุมชนของตนเอง

และ 3. การเชื่อมโยงฐานข้อมูลเด็กพิการที่ผ่านการประเมินจากกระทรวงศึกษาธิการ แต่ยังไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 200,000 - 300,000 คน โดยสั่งการให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เร่งสำรวจและออกบัตรเพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับสวัสดิการเบี้ยความพิการจำนวน 800 หรือ 1,000 บาททันที ซึ่งทั้ง 3 เรื่องนี้คาดว่าจะเห็นผลโดยเร็ว

นายประเสริฐ ระบุเพิ่มเติมว่า ทั้งสองกระทรวงจะมีการปรับปรุงคำนิยามด้านการพิการให้ตรงกันเพื่อให้เด็กได้รับสิทธิ์อย่างเต็มรูปแบบจากทั้งสองหน่วยงาน ข้อตกลงในครั้งนี้ถือเป็นการดูแลเด็กทุกคนอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาตามนโยบาย "Thailand Zero Dropout" ซึ่งถือเป็นการยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง