- โฆษณา -

แกะรอยความสำเร็จ "บ้านต้นทุเรียนโมเดล" ผสาน 5 นโยบาย ศธ. สร้างมิติใหม่โรงเรียน AI อัจฉริยะเต็มรูปแบบ

การศึกษา9 ก.ย. 2569 • 11:18 น.
แกะรอยความสำเร็จ "บ้านต้นทุเรียนโมเดล" ผสาน 5 นโยบาย ศธ. สร้างมิติใหม่โรงเรียน AI อัจฉริยะเต็มรูปแบบ

"ท่ามกลางความท้าทายในนโยบายลดภาระงานและขับเคลื่อนการศึกษาไทยด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตาม 5 นโยบายหลักของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนบ้านต้นทุเรียน ได้พิสูจน์ผลสำเร็จในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติจริง ด้วยการพัฒนา “TTR Smart App” นวัตกรรมต้นแบบที่ลดภาระงานบุคลากรได้อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมการบริหารจัดการ 4 ฝ่ายงานหลัก ทั้งงานวิชาการ งานงบประมาณ งานบริหารงานบุคคล และงานบริหารทั่วไป ช่วยให้การจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อน พร้อมติดตามผลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว มุ่งสู่การเป็นสถานศึกษาอัจฉริยะอย่างแท้จริง" 

สำเนาของ กรอบเว็บไซต์ 1280x720 (19)

ความสำเร็จในการก้าวสู่ยุคดิจิทัลของโรงเรียนแห่งนี้ มีรากฐานที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการพัฒนา ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2498 โรงเรียนบ้านต้นทุเรียน หรือที่ชุมชนดั้งเดิมเรียกว่า “ปอฮนดูเรียน” ถือกำเนิดขึ้นจากพลังความร่วมมือร่วมใจของราษฎรในพื้นที่และโต๊ะครูปอเนาะ ที่ร่วมกันสละทุนทรัพย์และที่ดินสร้างอาคารเรียนชั่วคราวขึ้นมาโดยไม่พึ่งพางบประมาณจากทางราชการ ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากเห็นบุตรหลานได้เรียนรู้ภาษาไทยและก้าวทันโลกกว้าง จากจุดเริ่มต้นในวันนั้น สู่การเดินทางยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ 

- โฆษณา -

3 U4 A1885 Down

ปัจจุบัน โรงเรียนบ้านต้นทุเรียน ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี บนพื้นที่ 3 ไร่ 2 งาน 68 ตารางวา เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า ข้อจำกัดทางขนาดและพื้นที่ห่างไกลไม่ใช่อุปสรรคต่อการพัฒนา เมื่อโรงเรียนสามารถแปรเปลี่ยนสถาบันศึกษาในอดีต สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมที่นำระบบ AI มาขับเคลื่อนและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างชัดเจน 

นายอินดี บาตูลางิ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านต้นทุเรียน เปิดเผยว่า ขับเคลื่อนสถานศึกษาด้วยโมเดลสมาร์ท คุณครูสมาร์ท นักเรียนสมาร์ท เน้นการทำงานเป็นทีมและยึดประโยชน์สูงสุดของนักเรียนเป็นสำคัญ พร้อมสนองนโยบายกระทรวงศึกษาธิการด้วยการพัฒนานวัตกรรม TTR Smart App ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพความโปร่งใสในการบริหารจัดการ 4 ฝ่าย และลดภาระงานของครู บุคลากร รวมถึงผู้ปกครอง 

 

Ds C00019 Downนายอินดี บาตูลางิ

การนำ TTR Online” มาใช้จัดการเรียนการสอน ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยนักเรียนสามารถเข้าถึงบทเรียนได้อย่างทั่วถึง ทบทวนเนื้อหาได้ตามศักยภาพ นำไปสู่ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองและการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ขณะที่ครูผู้สอนสามารถจัดการสื่อการเรียนรู้ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อน และติดตามพัฒนาการของเด็กเป็นรายบุคคลอย่างเป็นระบบ ส่วนผู้ปกครองสามารถรับรู้ผลการเรียนและร่วมส่งเสริมบุตรหลานได้อย่างใกล้ชิด นวัตกรรมนี้จึงเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่าง “โรงเรียน–ครู–นักเรียน–ผู้ปกครอง” ที่ทลายข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม และพร้อมขับเคลื่อนผู้เรียนสู่โลกยุคใหม่อย่างมั่นใจ

3 U4 A1894 Down

นอกเหนือจากระบบบริหารจัดการเรียนรู้แล้ว โรงเรียนยังได้พัฒนานวัตกรรม “ห้องสมุดอัจฉริยะ TTR Library” เพื่อยกระดับแหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษา โดยนำเทคโนโลยีระบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card) มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและส่งเสริมการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนสามารถใช้บัตรสแกนเข้าใช้บริการ ยืม-คืนหนังสือได้อย่างสะดวกรวดเร็วและเป็นระบบ และยังได้จัดเตรียมคอมพิวเตอร์และสัญญาณเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไว้สำหรับสืบค้นข้อมูล ซึ่งเป็นการเปิดประตูให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลและองค์ความรู้ที่หลากหลายจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างเท่าเทียม

อีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสู่โรงเรียนยุคดิจิทัล คือการใช้ AI มาพัฒนาสื่อการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการ โดยจัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาทักษะภาษาเพื่อการสื่อสาร” ภายในพื้นที่ของห้องสมุดอัจฉริยะ เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้หลักในการส่งเสริมและยกระดับสมรรถนะด้านภาษาและการสื่อสารของผู้เรียนอย่างไร้ขีดจำกัด  ครอบคลุมนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครอง บุคลากรทางการศึกษา และคนในชุมชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมและส่งเสริมทักษะการสื่อสารของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้เพียงแค่ยกระดับการศึกษาในห้องเรียน แต่เป็นการเปลี่ยนศูนย์เรียนรู้ชุมชนให้กลายเป็นพื้นที่บ่มเพาะทักษะแห่งอนาคตโดยมีเทคโนโลยี AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

Ds C00041 Down

ในส่วนของการจัดการเรียนรู้ระดับประถมศึกษา ได้ขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะสำคัญในยุคดิจิทัล ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรม สะท้อนให้เห็นจากการบูรณาการ AI เข้าสู่ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผ่านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) ในโครงงานวิทยาศาสตร์การพัฒนาแผ่นกันลื่นจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้เรื่องแรงเสียดทาน ในกระบวนการนี้ นักเรียนได้ฝึกทักษะการเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านการใช้งานเครื่องมือ AI หลากหลายรูปแบบ โดยมีครูผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) และส่งเสริมให้ผู้เรียนตรวจสอบข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ NotebookLM ในการสืบค้นและวิเคราะห์ข้อมูล การใช้ ChatGPT ช่วยระดมความคิดและวางแผนงาน การประยุกต์ใช้ Napkin AI สรุปขั้นตอนทำงานเป็นอินโฟกราฟิก ตลอดจนการใช้ Canva AI ในการออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์จริง

เด็กชายนาวี สาแม็ง นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 5 กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “ปกติผมใช้ ChatGPT และ Gemini คุยเพื่อหาคำตอบในสิ่งที่อยากรู้เป็นประจำอยู่แล้วครับ แต่พอคุณครูเข้ามาสอนโครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องแรงเสียดทาน ทำให้ผมได้รู้จักเครื่องมือ AI ตัวอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะ NotebookLM ที่ผมชอบที่สุด เพราะเราสามารถใส่แหล่งข้อมูลที่ต้องการลงไป แล้วพิมพ์ถามตอบกับเพื่อน ๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทำโครงงานจากวัสดุธรรมชาติได้อย่างน่าเชื่อถือ จากนั้นพวกเราจึงนำข้อมูลมาให้ ChatGPT ช่วยวางโครงร่างและวางแผนการทำงาน ก่อนจะนำไปเสนอคุณครูต่อไปครับ

 Ds C00047 Down


เด็กชายนาวี สาแม็ง 

นอกเหนือจากวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนบ้านต้นทุเรียนยังนำ Gemini AI มาเป็นเครื่องมือฝึกทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษผ่านบทสนทนาจำลอง ช่วยทลายข้อจำกัดห้องเรียนเดิมและสร้างความมั่นใจให้ผู้เรียน เช่นเดียวกับ ด.ญ.ไอรีน แบร์รี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่สามารถโต้ตอบภาษาอังกฤษกับคุณครูได้อย่างคล่องแคล่ว

"หนูชื่อไอรีน แบร์รี อายุ 9 ขวบ อยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านต้นทุเรียนค่ะ หนูได้เรียนวิชา AI และใช้คำสั่งภาษาอังกฤษในการฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง เวลาทำการบ้านหนูก็ชอบถ่ายรูปถาม Gemini แถมยังชอบคุยกับ Gemini เป็นเหมือนเพื่อนร่วมเดินทางคอยตอบข้อสงสัยเรื่อง Solar System และประเทศต่าง ๆ นอกจากนี้หนูต้องขอบคุณคุณครูมาก ๆ ค่ะ ที่ช่วยสอนหนูมาตั้งแต่ตอนอนุบาลที่ยังพูดภาษาไทยไม่คล่อง จนตอนนี้หนูสามารถอ่าน ก-ฮ ได้ชัดเจน และพูดภาษาไทยได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ"

สะท้อนให้เห็นว่าเด็ก ๆ สามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพ

 

Ds C00057 Down

ด.ญ.ไอรีน แบร์รี

 

ขณะเดียวกัน ในมิติด้านการบริหารจัดการระบบนิเวศของโรงเรียน (School Ecosystem) โรงเรียนบ้านต้นทุเรียนได้ก้าวสู่วิถีสังคมไร้เงินสดด้วยการพัฒนา “TTR Wallet” ระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับนักเรียน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเงินและแก้ปัญหาเงินสดสูญหายภายในสถานศึกษา โดยการเชื่อมโยงบัญชีเงินฝากเข้ากับบัตรสมาร์ทการ์ดของนักเรียน ทำให้นักเรียนสามารถเติมเงินและใช้บัตรชำระค่าสินค้า ณ สหกรณ์โรงเรียนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัย ลดอัตราการพกพาเงินสดมาโรงเรียน และเป็นการปลูกฝังวินัยทางการเงินยุคดิจิทัลให้กับผู้เรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา

นางนาฟีเส๊าะ สาและบิง ครูโรงเรียนบ้านต้นทุเรียน ในฐานะหัวหน้าฝ่ายวิชาการ กล่าวเสริมว่า “สำหรับการทำงานร่วมกับชุมชนและผู้ปกครอง โรงเรียนได้ใช้ห้องเรียนออนไลน์เป็นสื่อกลางในการมอบหมายการบ้านหรือกิจกรรมต่าง ๆ หากนักเรียนไม่เข้าใจ ผู้ปกครองสามารถติดต่อสอบถามกับครูประจำชั้นได้โดยตรง เพื่อรับคำแนะนำไปถ่ายทอดให้บุตรหลานต่อได้อย่างถูกต้อง กลไกนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของครอบครัว แต่ยังสอดรับกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการลดภาระงานและคืนเวลาให้ครู ทำให้กระบวนการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ”

Ds C00007 Down

นางนาฟีเส๊าะ สาและบิง

"ต้นทุเรียนโมเดล" ของโรงเรียนบ้านต้นทุเรียน จังหวัดปัตตานี คือความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อลดภาระครูและพลิกโฉมการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลสู่ความอัจฉริยะที่เท่าเทียม ปลอดภัย ตอบโจทย์ 5 นโยบายหลักของกระทรวงศึกษาธิการ และพร้อมเป็นต้นแบบนวัตกรรมขับเคลื่อนทุนมนุษย์ไทยสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืนตามแนวคิด All for Education