- โฆษณา -

เปิดมิติใหม่การศึกษาชายแดนใต้! พว.จับมือเครือข่ายโรงเรียนเอกชนฯ ยกระดับครู-ห้องเรียนด้วย Active Learning

การศึกษา8 ก.ย. 2569 • 14:14 น.
เปิดมิติใหม่การศึกษาชายแดนใต้! พว.จับมือเครือข่ายโรงเรียนเอกชนฯ ยกระดับครู-ห้องเรียนด้วย Active Learning

พว.ลงนาม MOU เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ เดินหน้าพัฒนาครู 2,500 คน ใช้ Active Learning และ GPAS 5 Steps ยกระดับการเรียนรู้สู่ชุมชน

วันที่ 8 กันยายน 2569 ที่ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะครู ตามแนวนโยบายของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งเปลี่ยนการเรียนรู้จากท่องจำหรือ Passive Learning ไปสู่ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้คิดเป็น ทำเป็น และสร้างนวัตกรรมได้ โดยมี ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เป็นประธาน โดยความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี 

1788851365236

- โฆษณา -


ดร.ภิญญา กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มโอกาส ยกระดับคุณภาพ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ดูแลโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศประมาณ 3,000 แห่ง มีนักเรียนประมาณกว่า 2 ล้านคน ขณะที่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้เรียนประมาณ 70% อยู่ในระบบการศึกษาเอกชน และมีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาประมาณ 300 กว่าแห่ง โดยพื้นที่ดังกล่าวมีบริบทและอัตลักษณ์การจัดการศึกษาที่แตกต่างกัน การพัฒนาจึงต้องยึดทั้ง “คุณภาพและความเท่าเทียม” ควบคู่กับการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยหัวใจสำคัญที่สุดคือการพัฒนาครู เพราะ “เด็กเก่งได้ ครูต้องเก่งก่อน”ขณะที่บทบาทครูในอนาคตจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ครูมีทั้งแนวคิด รูปแบบ และเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะการเรียนรู้แบบ Active Learning และ GPAS 5 Steps เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง เปิดโอกาสให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ และนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนที่มีคุณภาพทั้งในพื้นที่ชายแดนภาคใต้และระดับประเทศ

ดร.ภิญญา กล่าวอีกว่า นอกจากข้อจำกัดด้านโอกาส การเดินทาง ความปลอดภัย ภาษา และคุณภาพการศึกษาแล้ว สิ่งสำคัญคือการสร้างความเข้าใจให้ผู้บริหารและครูเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการ “ปรับ Mindset”จึงเชื่อว่าหากสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาครูและการจัดการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ภายใน 3 ปีจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการเรียนการสอนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างชัดเจน พร้อมกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น ถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการลดช่องว่างทางการศึกษา โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์ของพื้นที่ควบคู่กันไว้ อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ดังกล่าวจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามประมาณ 300 แห่งเท่านั้น แต่จะขยายลงไปถึงสถาบันการศึกษาศาสนาที่มีบทบาทสำคัญในระดับชุมชน ทั้ง “ปอเนาะ” และ “ตาดีกา” โดย สช.มีเป้าหมายนำแนวทางการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงเชิงระบบ และ Active Learning เข้าไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ด้วย 

1788851381845


ว่าที่ ร.ต.อับดุลฮาฟิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสและยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะการพัฒนาครูและกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการศึกษายุคใหม่ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโรงเรียนในพื้นที่ได้รับการสนับสนุนด้านการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งโอกาส สภาพแวดล้อม สถานการณ์ความไม่สงบ ที่ตั้งของโรงเรียนซึ่งส่วนใหญ่อยู่นอกเขตเมือง รวมถึงสภาพเศรษฐกิจ ส่งผลให้โอกาสในการเข้าถึงเครื่องมือและนวัตกรรมการเรียนรู้ยังไม่เท่าเทียมกับพื้นที่อื่น ความร่วมมือครั้งนี้จึงทำให้เครือข่ายโรงเรียนฯมีความหวังว่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า การจัดการศึกษาในพื้นที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งให้ครูสามารถนำ Active Learning, Backward Design และ GPAS 5 Steps ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนจริงในห้องเรียน โดยเบื้องต้นเตรียมพัฒนาครูในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2,500 คน จังหวัดละ 500 คน พร้อมขยายการอบรมให้เข้าถึงครูอย่างทั่วถึง โดยโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีครูจำนวนมากสามารถจัดการพัฒนาครูภายในโรงเรียนได้ เพื่อไม่ให้การอบรมจำกัดอยู่เพียงหัวหน้าฝ่ายวิชาการหรือครูตัวแทนเหมือนที่ผ่านมา

1788851587735


ว่าที่ ร.ต.อับดุลฮาฟิซ กล่าวว่า หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทในห้องเรียน จากเดิมที่ “ครูเป็นผู้แสดง นักเรียนเป็นผู้ชม” ไปสู่การเรียนรู้ที่ ครูทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบและกำกับการเรียนรู้ ขณะที่นักเรียนเป็นผู้ลงมือคิดและลงมือทำด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้ Active Learning เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงการอบรมเชิงทฤษฎี นอกจากนี้ ครูจะได้รับเครื่องมือสนับสนุนจาก พว.อย่างเป็นระบบ ทั้งแบบเรียน คู่มือ แผนการจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียนการสอน ระบบประเมินผล ตลอดจนแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันที่รวบรวมกระบวนการ Active Learning, Backward Design และ GPAS 5 Steps เพื่อช่วยให้ครูสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในห้องเรียนได้ทันที และภายใน 3 ปี จะพยายามขยายให้ครอบคลุมครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามทั่วพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็น “มิติใหม่” ของการศึกษาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการลดช่องว่างโอกาสทางการศึกษา เพิ่มศักยภาพครู และสร้างห้องเรียนที่เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้อย่างแท้จริง

1788851374580


ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว.กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะเป้าหมายสำคัญคือทำให้เด็กไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคใดของประเทศ สามารถพัฒนาศักยภาพด้านการคิด การสร้างความรู้ และการสร้างนวัตกรรมได้อย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น หัวใจของการศึกษาไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเตรียมเด็กเพื่อประกอบอาชีพในอนาคต แต่ต้องทำให้เด็กสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้กับชีวิตจริงในวันนี้ เมื่อเด็กได้รับการฝึกกระบวนการสร้างความรู้ คิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยเรียน กระบวนการเหล่านี้จะค่อย ๆ ปลูกฝังเป็นนิสัยและติดตัวไปตลอดชีวิต แม้ในอนาคต สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป เด็กก็ยังสามารถใช้กระบวนการคิดที่มีอยู่ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ วิเคราะห์สถานการณ์ และแก้ปัญหาที่ไม่เคยพบมาก่อนได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวว่าต่อไปว่า หากโรงเรียนจัด Active Learning ผ่าน GPAS 5 Steps อย่างจริงจัง ควบคู่กับการประเมินตามสภาพจริงเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน เด็กจะไม่ได้มีเป้าหมายเพียง “ทำคะแนนสอบให้สูง” แต่จะมีความสามารถที่ก้าวข้ามคะแนน สามารถสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้วยตนเอง ดังนั้น การสอบ PISA หรือ O-NET จึงไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการเร่งท่องจำหรือการติวข้อสอบ โดยเฉพาะการรสอบ PISA มุ่งวัดความสามารถในการนำความรู้และกระบวนการคิดไปวิเคราะห์สถานการณ์ ไม่ได้วัดว่าเด็กจำเนื้อหาในตำราได้มากเพียงใด แต่ถ้าเด็กมีกระบวนการคิดและแก้ปัญหาเป็นได้มากเท่าไร เด็กก็ยิ่งพร้อมรับทั้งการประเมินระดับชาติ ระดับนานาชาติ และสถานการณ์จริงในชีวิตได้มากขึ้น GPAS 5 Steps จึงไม่ใช่เพียงเทคนิคการสอนในห้องเรียน แต่เป็นกระบวนการสร้างศักยภาพให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดชีวิต และเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยลดช่องว่างทางการศึกษา ทำให้เด็กทุกพื้นที่มีโอกาสพัฒนาศักยภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน