สพฐ. ปักหมุดกาญจนบุรี ขับเคลื่อน 'All for Education' ยก 'วัดหวายเหนียว' โมเดลต้นแบบ บูรณาการชุมชนหนุนศักยภาพเด็ก
เมื่อ “โรงเรียน” ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องจำอีกต่อไป แต่คือพื้นที่แห่งความสุขและความปลอดภัยในการเรียนรู้ของเด็กๆ ล่าสุด การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ของนางสาวพลอย ธนิดา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้กลายเป็นภาพสะท้อนสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศลงสู่ภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบแนวคิดหลักในการปฏิรูปการศึกษา "All for Education" (ทุกคนเพื่อการศึกษา)
ภายใต้การนำของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งขับเคลื่อนการศึกษาเพื่ออนาคต (ปีงบประมาณ 2569 - 2570) โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านระบบการทำงานและแก้ปัญหาวิกฤตทางการศึกษา ผ่าน 5 นโยบายสำคัญ ได้แก่ การคืนเวลาให้ครู, การรื้อสูตรลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณ, การยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง, การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษา และการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งนโยบายทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเยาวชนไทย ตั้งแต่โรงเรียนขนาดใหญ่ไปจนถึงโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชน
การลงพื้นที่ ณ โรงเรียนวัดหวายเหนียว และโรงเรียนวัดเขาสามสิบหาบ ในครั้งนี้ มีเป้าหมายร่วมกันคือการเดินหน้าแก้ปัญหาวิกฤตทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำ โดยเน้นการเดินสำรวจสภาพทางกายภาพของอาคารเรียนและสิ่งก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความปลอดภัยตามมาตรการสถานศึกษาปลอดภัย และรับฟังเสียงสะท้อนจากครู ผู้ปกครอง และชุมชนหน้างานจริง ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและรวดเร็ว
สำหรับจุดเด่นของ "โรงเรียนวัดหวายเหนียว" ถือเป็นต้นแบบพลังความร่วมมือและทักษะรอบด้านจากการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เลขาธิการ กพฐ. ได้กล่าวชื่นชมและยกให้ โรงเรียนวัดหวายเหนียว "ปุญสิริวิทยา" เป็นสถานศึกษาตัวอย่างที่มีจุดเด่น ที่สามารถถอดบทเรียนที่สอดรับกับนโยบายปฏิรูปการศึกษา 3ด้าน ได้แก่ โมเดล "บวร" ที่เข้มแข็ง โรงเรียนสะท้อนภาพความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนตามแนวคิด All for Education ทั้งคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และชุมชน ที่จับมือร่วมกันดูแลและสร้างคุณภาพให้กับเด็กนักเรียนทุกคน โดยทิ้งใครไว้ข้างหลัง
รวมถึง เปลี่ยน "ข้อจำกัด" เป็น "ศักยภาพ" แม้นักเรียนบางส่วนจะยังมีข้อจำกัดด้านความพร้อมและทุนทรัพย์ แต่โรงเรียนสามารถบริหารจัดการและส่งเสริมให้เด็กๆ ได้พัฒนาศักยภาพเฉพาะตัวได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีคุณครูคอยเป็นลมใต้ปีกสนับสนุนในทุกมิติ
ขณะเดียวกันโรงเรียนก็มีความโดดเด่นในการสร้างสมดุลระหว่างวิชาการและทักษะชีวิต เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และลงมือทำจริง ทั้งด้านดนตรีไทย ดนตรีสากล การขับร้อง ไปจนถึงทักษะอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารและการแปรรูปสินค้าชุมชน ทำให้นักเรียนได้รับทั้งความรู้และความสุขควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างรอบด้าน
เลขาธิการ กพฐ. ได้เน้นย้ำว่า สพฐ. จะเข้ามาต่อยอดจุดเด่นเหล่านี้ โดยร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยมหิดล นำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญมาช่วยหนุนเสริมการเรียนรู้ด้านดนตรี พร้อมผลักดันการเสริมทักษะดิจิทัล เพื่อยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริงตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมกับฝากหลักคิด “ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน” ให้เด็กๆ ใช้ทำความดีเพื่อตนเอง ครอบครัว และโรงเรียนต่อไป
สำหรับการผลักดันทรัพยากรเพื่อรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ ด้าน นางสาวพลอย ธนิดา ได้กางแผนการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทั้งสองโรงเรียน ขณะนี้โรงเรียนวัดหวายเหนียว ได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับ "ซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน" เพื่อต่อยอดทักษะด้านดนตรีและอาชีพเรียบร้อยแล้ว และกำลังเร่งผลักดันงบประมาณปี 2570 ในสภาฯ เพื่อนำมา "ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน"
จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง โรงเรียนวัดเขาสามสิบหาบ เพื่อประเมินจุดชำรุดทรุดโทรมของโรงเรียนขนาดเล็กแห่งนี้ด้วยตนเอง และเตรียมจัดสรรงบประมาณเร่งด่วนในการ "ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน" ให้สอดรับกับนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย พร้อมกันนี้ คุณพลอย ธนิดา ยังได้มอบเงินทุนสนับสนุนให้แก่ทางโรงเรียน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและดูแลเหล่านักเรียนเพิ่มเติมอีกด้วย
การขยับตัวของกระทรวงศึกษาธิการและ สพฐ. ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มงบประมาณหรือปรับปรุงโครงสร้างอาคารเท่านั้น แต่คือการส่งสัญญาณว่า "เด็กทุกคนและโรงเรียนทุกแห่งมีคุณค่าเท่าเทียมกัน" ภายใต้นโยบายกรอบใหญ่ All for Education ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้โรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี และโรงเรียนทั่วประเทศ กลายเป็นพื้นที่แห่งความปลอดภัยและเป็นฐานรากที่แข็งแกร่งในการสร้างอนาคตของชาติอย่างยั่งยืน