นางสาวแนน บุณย์ธิดา เปิดงาน Digital Durian Market จากสวนสู่ชั้นวาง ภายใต้โครงการทุเรียนดิจิทัล ระบุ กระทรวงดีอี และ ดีป้า ต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ภาคเกษตรกรรมไทยสามารถก้าวไปสู่การเป็น Modern Farm พร้อมให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพผลผลิต ชี้แนวทางการทำงานของกระทรวงเปรียบเสมือนระบบหลังบ้าน โดยบูรณาการการทำงานกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนไทยได้รับประโยชน์สูงสุด
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) เป็นประธานเปิดงาน ‘Digital Durian Market จากสวนสู่ชั้นวาง’ กิจกรรมภายใต้โครงการทุเรียนดิจิทัล โดยมี ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ดร.จุฑารัตน์ พัฒนาทร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประกันคุณภาพและกำกับดูแลกฎหมายและผลิตภัณฑ์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) นายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ ดีป้า คณะผู้บริหารจากเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พร้อมด้วยเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในโครงการทุเรียนดิจิทัล และประชาชนที่สนใจร่วมงานโดยพร้อมเพรียง ณ ลานกิจกรรม แม็คโคร ลาดพร้าว
นางสาวแนน บุณย์ธิดา ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ยกระดับอุตสาหกรรมทุเรียนไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยระบุว่า การส่งเสริมเกษตกรชาวสวนทุเรียนจะไม่มุ่งเน้นไปที่การจัดจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มดำเนินการส่งเสริมตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งรัฐบาล โดย กระทรวงดีอี และ ดีป้า ต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ภาคเกษตรกรรมไทยสามารถก้าวไปสู่การเป็น Modern Farm ได้ ทั้งนี้ หากดูตัวเลขผลผลิตทุเรียนของประเทศไทยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเห็นว่า ผลผลิตทุเรียนแต่ละปีมีปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย โดยเกษตรกร ในฐานะผู้ปลูกอาจประสบปัญหาต่าง ๆ ขณะที่ผู้รับซื้อ ทั้งในประเทศและต่างประเทศก็อาจมีความต้องการที่แตกต่างไป ดังนั้นประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีระบบติดตามและตรวจสอบข้อมูลสินค้าเกษตรตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การขนส่ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตได้ อีกทั้งเป็นเครื่องยืนยันให้ผู้รับซื้อ หรือผู้บริโภคมั่นใจว่า สิ่งที่รับมาคือ ‘คุณภาพจากเกษตรกร’
“ที่ผ่านมา ดีป้า มีโครงการต่าง ๆ มากมายที่มุ่งพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลแก่เกษตรกร การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเพาะปลูก รวมถึงการยกระดับคุณภาพให้กับผลผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการทุเรียนดิจิทัลที่ส่งเสริมให้ชาวสวนทุเรียนไทยสามารถประยุกต์ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อจดบันทึกข้อมูลและติดตามย้อนกลับการเพาะปลูก รองรับการขอมาตรฐาน GAP และระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IoT ทั้งหมดเพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุเรียนไทยสามารถรักษาคุณภาพ มาตรฐาน ก้าวข้ามปัญหาต่าง ๆ และครองแชมป์ในตลาดต่อไป ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการทำงานของ กระทรวงดีอี ที่เปรียบเสมือนระบบหลังบ้าน โดยเราบูรณาการการทำงานกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนไทยได้รับประโยชน์สูงสุด” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี กล่าว
นางสาวแนน บุณย์ธิดา ได้ให้เกียรติมอบรางวัลแก่ผู้ชนะจากกิจกรรม 30 วัน บันทึกทุเรียนดิจิทัล ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรในโครงการ ตลาดนัดทุเรียนคุณภาพจากเกษตรกรไทย (Digital Durian Marketplace) และร่วมกิจกรรม Grab and โกย - Grab ได้เท่าไหร่ โกยกลับไปเท่านั้น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ด้าน ดร.ศุภกร กล่าวว่า โครงการทุเรียนดิจิทัลดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้วยเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล ซึ่งการดำเนินโครงการในระยะเริ่มต้นมุ่งส่งเสริมให้เกิดการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อจดบันทึกข้อมูลและติดตามย้อนกลับการเพาะปลูกที่วางแผนการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และการขนส่ง รองรับการขอมาตรฐาน GAP ต่อมาได้ขยายผลโครงการเพิ่มเติม โดยส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IoT ที่สามารถสั่งเปิด-ปิดระบบให้น้ำผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ และบันทึกปริมาณน้ำที่ให้
“โครงการทุเรียนดิจิทัลไม่ได้มุ่งหวังเพียงให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการกระบวนการเพาะปลูก แต่ยังสร้างระบบเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการผลิต การดูแลรักษาผลผลิตโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูล ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางการตลาดผ่านการบูรณาการการทำงานกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดยเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง รองรับผลผลิตคุณภาพจากสวนของเกษตรกร พร้อมสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของทุเรียนไทยที่ผลิตด้วยกระบวนการเกษตรดิจิทัล โดยโครงการทุเรียนดิจิทัลสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนทั่วประเทศประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรไปแล้วกว่า 10,000 ราย ยกระดับทักษะดิจิทัลแก่เกษตรกรอีกกว่า 19,000 ราย ซึ่ง ดีป้า คาดว่า โครงการทุเรียนดิจิทัลจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาวให้กับเกษตรกรไทย เพื่อให้สามารถต่อยอดและแข่งขันได้ในตลาดสากล” รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว
นอกจากนี้ ภายในงาน Digital Durian Market จากสวนสู่ชั้นวาง ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตลาดนัดทุเรียนคุณภาพจากเกษตรกรไทยที่มีการจำหน่ายทุเรียนผลสดจากสวนของพี่น้องเกษตรกร การจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตร เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเกษตรในยุคดิจิทัล และกิจกรรมไฮไลต์อย่าง Grab and โกย - Grab ได้เท่าไหร่ โกยกลับไปเท่านั้น ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับภาชนะสำหรับตักทุเรียน 1 ใบ เพื่อโกยทุเรียนภายในเวลาที่กำหนด หมดเวลาเมื่อไหร่ ทุเรียนที่อยู่ในภาชนะทั้งหมดสามารถนำกลับบ้านได้เลย สามารถร่วมสนุกในราคา 499 บาท/ครั้งเท่านั้น! ซึ่งคนรักทุเรียน และผู้ที่สนใจสามารถร่วมงาน Digital Durian Market จากสวนสู่ชั้นวาง ได้ถึงวันพรุ่งนี้ (8 สิงหาคม 2569) ระหว่างเวลา 09.00-20.00 น. บริเวณลานกิจกรรมด้านหน้า แม็คโคร สาขาลาดพร้าว








