จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์ ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่ง กรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564 นั้น
ล่าสุด วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ศ.คลินิก นพ.สรณ ชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เป็นครั้งแรกผ่านคลิปวีดีโอ ยืนยันว่า ตนเองได้ลาออกจากสถานะพนักงานของรัฐ ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2565 แล้ว ซึ่งมีผลทำให้ไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำใดๆ ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าตนทำหน้าที่แพทย์ระหว่างรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯนั้น เป็นการส่งต่อคนไข้ ซึ่งดำเนินการไปตามจรรยาบรรณของแพทย์ที่พึงมีต่อคนไข้ เพื่อให้ความมั่นใจต่อคนไข้ โดยไม่ได้มีเจตนาในการประกอบวิชาชีพ แต่เป็นความต่อเนื่องในการส่งมอบงานเท่านั้น และไม่ได้อยู่ในสถานะลูกจ้างแต่อย่างใด
“การดูแลผู้ป่วยในช่วงเวลาดังกล่าว มิใช่การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานหรือลูกจ้างของโรงพยาบาล โดยเป็นการทำหน้าที่ตามมาตรฐานและจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์”ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าว พร้อมระบุว่า ตนทำทุกอย่างตามมาตรฐานวิชาชีพและตามจริยธรรมแพทย์ เป็นการประกอบวิชาชีพอิสระ ตนไม่ได้เป็นพนักงาน
ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวต่อว่า เมื่อได้ดูแลผู้ป่วยตามภาระหน้าที่ที่มีอยู่เดิม และดำเนินการส่งต่อผู้ป่วยให้แก่แพทย์ท่านอื่นเรียบร้อยแล้ว จึงได้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ข้อเท็จจริงคือ ในช่วงเวลาดังกล่าว ตนยังมีภาระหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า ทั้งการสวนหัวใจ การทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ และการส่งต่อผู้ป่วยให้แพทย์ท่านอื่นดูแลต่ออย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้แจงและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับการรักษา การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระ ตามมาตรฐานและจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจทั้งหมดแล้ว ตนจึงยุติการปฏิบัติหน้าที่ก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
สำหรับประเด็นข้อกฎหมาย ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า ยังไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ใดหรือองค์กรใดเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว และไม่เห็นด้วยกับการที่คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ซึ่งเรื่องนี้จะดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป โดยตลอดชีวิตการทำงาน ตนยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติหน้าที่ตาจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์มาโดยตลอด
ด้านนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. และจะทำหน้าเป็นประธานการประชุม กสทช. เช่นเดิม เนื่องจาก ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. และขณะนี้ก็ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.แต่อย่างใด








