รมช.ดีอี เยี่ยมชมกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day อีสานล่าง เดินหน้าผลักดันเกษตรกรไทยสู่ “เกษตรอัจฉริยะ” ผ่านโครงการ OTOD #3 ชูเทคโนโลยีโดรน แทรกเตอร์อัจฉริยะ และระบบบริหารจัดการแปลงเกษตร ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างโอกาสเศรษฐกิจชุมชนด้วยดิจิทัล
วันที่ 10 ก.ค.69 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย เยี่ยมชมกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคอีสานตอนล่าง กิจกรรมในโครงการ OTOD #3 ระบุดิจิทัลไม่ใช่เรื่องของคนเมืองเท่านั้นแต่เป็นโอกาสของคนไทยทุกคน พร้อมเดินหน้าปลูกโอกาสด้วยดิจิทัล เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยไปสู่ ‘เกษตรอัจฉริยะ’ และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของประเทศ
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) เยี่ยมชมการสาธิตการใช้งานโดรนเพื่อการเกษตร และแทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงนิทรรศการการบริการเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะในกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคอีสานตอนล่าง กิจกรรมในโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 ( OTOD #3) โดยมี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า พร้อมทีมงาน ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนผู้ให้บริการดิจิทัล กลุ่มชุมชน และเกษตรกรในจังหวัดอุบลราชธานีและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมให้การต้อนรับ
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยไปสู่ ‘เกษตรอัจฉริยะ’ เพราะตระหนักว่า ภาคเกษตรของไทยเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลจึงมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงและเลือกประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมกับบริบทของตนเองได้อย่างทั่วถึง เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรไทย
“กระทรวงดีอี เชื่อว่า ดิจิทัลไม่ใช่เรื่องของคนเมืองเท่านั้นแต่เป็นโอกาสของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองใหญ่ หรือในชุมชนเกษตรกรรม ภายใต้แนวคิด ‘ปลูกโอกาสด้วยดิจิทัล’ ซึ่งการทำงานของ ดีป้า ถือเป็นการตอบโจทย์ในการสร้างโอกาสด้านดิจิทัลให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง กิจกรรมในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงโครงการสนับสนุนเทคโนโลยี แต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้เรียนรู้ ทดลอง เห็นตัวอย่าง และค้นพบว่า เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถแก้ปัญหาในพื้นที่ของตนเองได้อย่างไร โดยเรามองว่า เทคโนโลยีที่ดีที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ชีวิตของประชาชนดีขึ้นได้
อย่างแท้จริง” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี กล่าว
พร้อมกันนี้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา ยังได้ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลแก่ผู้ชนะกิจกรรม Digital Agriculture Pitching Day รอบภาคอีสานตอนล่าง และมอบป้ายผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรจากโครงการ OTOD #2
ด้าน ดร.ศุภกร กล่าวว่า ดีป้า มุ่งส่งเสริมให้กลุ่มชุมชนและเกษตรกรทั่วประเทศสามารถเข้าถึงและได้รับการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากดิจิทัลสตาร์ทอัพภาคการเกษตรสัญชาติไทยที่ได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ใน 3 ประเภทเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มชุมชน/เกษตรกร ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และเทคโนโลยีบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะเข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงานในแปลงเกษตร ลดต้นทุนแรงงาน ประหยัดเวลา สามารถวางแผน ควบคุม ติดตามผลการเพาะปลูก การดูแลรักษา และการจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สำหรับการดำเนินโครงการในครั้งนี้ ดีป้า ทำหน้าที่เชื่อมโยงเกษตรกร กลุ่มชุมชน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ภาคเอกชน และแหล่งทุนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศเกษตรดิจิทัลที่เข้มแข็ง ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยเปลี่ยนการทำเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรอัจฉริยะตามแนวคิด ‘ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล’ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อบริหารจัดการเทคโนโลยีร่วมกัน เกิดผู้ให้บริการโดรนเพื่อการเกษตร ศูนย์บริการเทคโนโลยี และอาชีพใหม่ในชุมชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยลดต้นทุนหรือเพิ่มผลผลิต แต่เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ของคนในพื้นที่ และประเมินว่า OTOD #3 จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท” รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว
พิธีมอบรางวัลในครั้งนี้มีกลุ่มชุมชนและเกษตรกรที่ผ่านการพิจารณาประเภท d-community ทุนละ 150,000 บาท จำนวน 40 ราย ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดได้รับเงินรางวัลพิเศษ 12,000 บาท ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มพืชผักและสมุนไพรอินทรีย์ อำเภอบุณฑริก (อุบลราชธานี) ขณะที่ประเภท d-startup ได้รับการส่งเสริมชุมชนละ 200,000 บาท มีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 3 ราย ซึ่งผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดได้รับเงินรางวัลพิเศษ 12,000 บาท ได้แก่ นายปรารถนา วิบรรณ์
ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day แล้วกว่า 1,000 ราย และร่วมกิจกรรม Digital Agriculture Pitching Day ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอแนวคิดแก่ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรับการสนับสนุนจาก ดีป้า ผ่านมาตรการ d-community จำนวน 330 ทุน ทุนละสูงสุด 150,000 บาท และ d-startup จำนวน 33 ทุน ทุนละสูงสุด 200,000 บาท ต่อยอดสู่การเป็นชุมชนเกษตรดิจิทัล โดยโครงการ OTOD #3 ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ธนาคารออมสิน และบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานภูมิภาคในการขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ดิจิทัลยกระดับภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจชุมชนทั่วประเทศ
กิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day ครั้งสุดท้ายของการดำเนินโครงการในปี 2569 จะจัดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่นระหว่างวันที่ 23-24 กรกฎาคมนี้ โดยกลุ่มชุมชนและเกษตรกรที่มีความพร้อมและต้องการยกระดับสู่เกษตรอัจฉริยะสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการ OTOD #3 ได้ที่ LINE OA: @OTOD3 จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ และสามารถติดตามข่าวสารของโครงการรวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทาง Facebook Page: depa Thailand








