วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)นำโดย พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ กลต นายธวัชชัย ทิพย์โสภณ รองเลขา นายเอนก อยู่ยืน รองเลขา และ สุชา บุญยเนตร รองเลขา ชี้แจงกรณีการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ของ “นางสาวสุภาพร พิมพงษ์” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนในวงกว้าง โดยระบุว่า พบความผิดปกติในการรายงาน และได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสและเชื่อมั่นในตลาดทุน
ทั้งนี้จากการตรวจพบความผิดปกติจากการรายงานการได้มาของหลักทรัพย์รวม 7 รายการ ใน 6 หลักทรัพย์ รวมถึงหุ้น “TRUE" ซึ่งเป็นการรายงานย้อนหลังตั้งแต่ปี 2564 โดยมีการยื่นข้อมูลเข้าระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และ 2 กรกฎาคม 2569 จากการตรวจสอบเชิงลึกพบไม่สอดคล้องความจริง และ เป็นข้อมูลเป็นเท็จทั้งหมด
อีกทั้งยิ่งเชื่อได้อีกว่าภายหลังตรวจสอบและทาง TRUE ได้ทำหนังสือและระบุชัด ไม่เคยออกหุ้นฯ เมื่อปิดสมุดทะเบียนแล้วไม่พบชื่อผู้รายงาน คือ สุภาพร พิมพงษ์ เป็นผู้ถือหุ้นในสมุดจดทะเบียนผู้ถือหุ้น และไม่มีการทำรายการขายหุ้นจริง
"ก.ล.ต. ชี้แจงว่าระบบการรายงาน 246-2 มีขั้นตอนการคัดกรองที่เข้มงวดตามมาตรฐานสากล โดยผู้ที่จะรายงานต้องผ่านการลงทะเบียนยืนยันตัวตนตรวจสอบกับกรมการปกครอง และต้องใช้รหัส OTP ในการเข้าสู่ระบบ ดังนั้นผู้ที่บันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบจึงมีตัวตนจริงและรับทราบว่าข้อมูลจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดี"
นายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ ก.ล.ต.ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานยื่นเอกสารเท็จต่อหน่วยงานกำกับดูแล ตามมาตรา 302/1 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ขณะนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง โดยยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อลงโทษผู้กระทำผิดต่อไป
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และมีการขึ้นสถานะเตือน โดยขึ้นเครื่องหมาย เพื่อให้ผู้ลงทุนระมัดระวังและใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ








