ทำแล้วปังๆ! พาณิชย์เปิด 8 ธุรกิจดาวเด่นแนวโน้มสดใสปีกระต่าย
นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ปี 2566 กลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจและสะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตตลอดปี 2566 โดย 3 กลุ่มธุรกิจ แบ่งเป็นธุรกิจ 8 ประเภท ซึ่งเป็นโอกาสของ นักลงทุนที่น่าจับตา และยังมีปัจจัยต่างๆ ที่สนับสนุนให้ธุรกิจกลุ่มนี้ขยายตลาดออกไปได้ไกล แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา โลกจะต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่มีผลมาจากการระบาดของ โควิด-19 แต่ถ้ามองกลับมุมจะเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในแต่ละธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องปรับตัวให้ทันและวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจจากการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน
โดยธุรกิจที่มีทิศทางที่สดใสในปี 2566 มีดังนี้ กลุ่มที่ 1 ธุรกิจเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ (ไลฟ์สไตล์) สอดรับ กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคปัจจุบันที่เน้นความ คล่องตัว สะดวกสบาย แบ่งเป็นธุรกิจ 4 ประเภท คือ 1) อาหารแช่แข็ง อาทิ สัตว์น้ำ เนื้อสัตว์ อาหาร ผลไม้และสัตว์ พบว่า ปี 2565 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 99 ราย เพิ่มจากปี 2564 จำนวน 87% ทุนจดทะเบียนรวม 321 ล้านบาท 2) ธุรกิจด้านสุขภาพ และความงาม อาทิ บริการทางการแพทย์ สปาและความงาม และสถานที่ออกกำลังกาย พบว่า ปี 2565 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 1,262 ราย เพิ่มจากปี 2564 จำนวน 70% ทุนจดทะเบียนรวม 2,787 ล้านบาท 3) ธุรกิจ ด้านยาสมุนไพร อาทิ ปลูกพืชที่ใช้เป็นยารักษาโรค ขายเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ พบว่า ปี 2565 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 2,126 ราย เพิ่มจากปี 2564 จำนวน 8% ทุนจดทะเบียนรวม 4,992 ล้านบาท และ 4) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง อาทิ รับดูแลสัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์ พบว่า ปี 2565 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 468 ราย เพิ่มจากปี 2564 จำนวน 36% ทุนจดทะเบียนรวม 2,796 ล้านบาท
กลุ่มที่ 2 ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การประชุม การจัดเลี้ยง ได้รับอานิสงส์จากมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่อนคลายลงและนโยบายส่งเสริมให้เกิดการเดินทางในประเทศและระหว่างประเทศ การเปิดประเทศของจีนในปีนี้ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น อีกทั้งช่วงที่ผ่านมา เริ่มมีการจัดงานประชุมใหญ่ และงานจัดแสดงสินค้าต่างๆ เพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้ ทั้งนี้ ธุรกิจที่มีแนวโน้มขาขึ้น 2 ประเภท คือ 1) ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว เช่น นำเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท เกสต์เฮ้าส์ ร้านอาหาร และที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยปี 2565 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 4,852 ราย เพิ่มจาก ปี 2564 จำนวน 82% ทุนจดทะเบียนรวม 11,003 ล้านบาท และ 2) ธุรกิจเกี่ยวกับการจัดงาน การประชุม กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดเลี้ยง จัดประชุม การแสดงธุรกิจ/สินค้า การถ่ายภาพ โดยปี 2565 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 1,830 ราย เพิ่มจากปี 2564 จำนวน 20% ทุนจดทะเบียนรวม 2,773 ล้านบาท
กลุ่มที่ 3 ธุรกิจที่ให้ความสำคัญด้าน สิ่งแวดล้อม จากเทรนด์ตลาดโลกที่หันมาแข่งขันด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยให้ความสำคัญกับ การรักษาสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่า นวัตกรรมต่างๆ ที่สร้างมาเพื่อทดแทนการใช้วัสดุจากธรรมชาติและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลดีกับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง 2 ประเภท คือ 1) ธุรกิจการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การนำวัสดุที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ การให้คำปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม โดยปี 2565 มีธุรกิจ จัดตั้งใหม่จำนวน 133 ราย เพิ่มจากปี 2564 จำนวน 51% ทุนจดทะเบียนรวม 405 ล้านบาท และ 2) ธุรกิจ ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ผลิตยานยนต์ส่วนบุคคลและยานยนต์ชนิดอื่นๆ ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง สอดรับกับยอดการจองยานยนต์ไฟฟ้าในงาน Motor Expo 2022 ที่สูงถึง 16% ของยอดจองในงานทั้งหมด โดยปี 2565 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 62 ราย จำนวนรวม ของธุรกิจที่จัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 55% ทุนจดทะเบียนรวม 5,923 ล้านบาท
โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ธุรกิจ 8 ประเภทที่กล่าวในข้างต้นมีจำนวนธุรกิจคงอยู่ทั้งสิ้น 94,035 ราย ทุนจดทะเบียน 1,326,042 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) ธุรกิจอาหารแช่แข็ง 838 ราย ทุนจดทะเบียน 55,875 ล้านบาท 2) ธุรกิจด้านสุขภาพ และความงาม 7,707 ราย ทุนจดทะเบียน 47,896 ล้านบาท 3) ธุรกิจด้านยาสมุนไพร 14,418 ราย ทุนจดทะเบียน 112,678 ล้านบาท 4) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง 2,951 ราย ทุนจดทะเบียน 29,330 ล้านบาท 5) ธุรกิจด้าน การท่องเที่ยว 45,785 ราย ทุนจดทะเบียน 794,047 ล้านบาท 6) ธุรกิจเกี่ยวกับการจัดงาน การประชุม กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง 20,421 ราย ทุนจดทะเบียน 114,121 ล้านบาท 7) ธุรกิจการจัดการด้าน สิ่งแวดล้อม 1,158 ราย ทุนจดทะเบียน 10,302 ล้านบาท และ 8) ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า 757 ราย ทุนจดทะเบียน 161,789 ล้านบาท