พณ.เผยน้ำมันขายปลีกลง ฉุดเงินเฟ้อ ต.ค.หดตัว 0.5% ทั้งปีคงกรอบลบ 0.7-1.5% ศก.โดยรวมฟื้นตัว
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อเดือนตุลาคม 2563 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนลดลงร้อยละ 0.50 ดีขึ้นจากเดือนก่อนเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของกลุ่มอาหารสดความต้องการสูง โดยเฉพาะผักสดที่มีความผันผวน เนื่องจากฝนตกชุกจากปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่
ขณะที่ราคากลุ่มพลังงานเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่ยังต่ำกว่าปีก่อน รวมถึงความต้องการสินค้าสุกรในตลาดต่างประเทศสูงขึ้น ส่วนสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับปริมาณสินค้า ความต้องการ และการส่งเสริมการขาย โดยสินค้าโดยรวมไม่ได้มีการปรับขึ้นไปมากมีเพียงผักสดขึ้นเล็กน้อยตามฤดูกาลไม่ผิดปกติไปมากนัก
สำหรับเหตุผลหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อยังติดลบต่อเนื่องแต่น้อยลง มีปัจจัยมาจากการคลายล็อกภาคธุรกิจต่างๆจากปัญหาความกังวลเกี่ยวกับโควิด-19 แต่ขณะนี้ความกังวลดังกล่าวน้อยลงส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมเริ่มปรับดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่เริ่มมีความต้องการสูงขึ้น เห็นได้จากอัตราเงินเฟ้อเริ่มติดลบน้อยลง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ การจัดโปรโมชั่นด้านราคาสินค้าและบริการของผู้ประกอบการเริ่มลดน้อยลง แม้มาตรการของรัฐที่ออกมากระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนก็ไม่ได้ทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นมากนัก ส่งผลทำให้เงินเฟ้อทั่วไป 10 เดือน(ม.ค.-ต.ค.63)ลดลงร้อยละ 0.94 เท่านั้น
โดย สนค.มองว่า จากปัจจัยลบด้านโควิดที่ยังเป็นตัวฉุดความกังวลต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนและกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยรวมอยู่บ้าง ดังนั้นอัตราเงินเฟ้อในช่วง 2 เดือนสุดท้ายปี 63 คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยแต่ละเดือนยังคงติดลบแต่จะไม่มาก โดยจะมาจากมาตรการภาครัฐที่ออกมาทั้งการให้เงินสู่ประชาชนบางกลุ่มจะทำให้กระตุ้นภาคเศรษฐกิจในการจับจ่ายใช้สอยในด้านต่างๆอีกด้วย คาดว่าเงินเฟ้อปีนี้จะติดลบร้อยละ 1.5-0.7 โดยมีค่ากลางอยู่ที่ร้อยละ 1.1 ซึ่งมีปัจจัยคือ จีดีพีของประเทศติดลบร้อยละ 7.6-8.6 อัตราแลกเปลี่ยน 30.5-32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 35-45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นต้น