คนละครึ่งเฟส 2 ลงทะเบียน 1 ม.ค.64 อัดงบ 4 แสนล้านฟื้นศก.ย้ำ ธปท.มีมาตรการเพิ่มคุมบาทแข็ง

เศรษฐกิจ25 พ.ย. 2563 • 17:31 น.
คนละครึ่งเฟส 2 ลงทะเบียน 1 ม.ค.64 อัดงบ 4 แสนล้านฟื้นศก.ย้ำ ธปท.มีมาตรการเพิ่มคุมบาทแข็ง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลมีงบประมาณ 4 แสนล้านบาทสำหรับการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินฉุกเฉิน วงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยจะเน้นในโครงการที่ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน การลงทุนในโครงการอีอีซี รวมถึงการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีการอนุมัติแผนการลงทุนต่าง ๆ รวมแล้วกว่า 2.2 แสนล้านบาท โดยเชื่อว่าโครงการทั้งหมดจะไม่ได้แค่ทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตและแข่งขันได้เท่านั้น แต่ยังจะช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ยืนยันว่ามีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินเพื่อลงทุนในระยะต่อไป โดยรัฐบาลยืนยันจะทำด้วยความระวังและรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อการกู้เงินและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินของเอกชน ดังนั้นจึงขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลยังมีพื้นที่เหลือในการดูแลและกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปได้” ขณะเดียวกันต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างภาษี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ และการดำเนินการดังกล่าวยังจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว ผ่านการเร่งขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมทั้งประเทศ โดยการปฏิรูปโครงสร้างภาษีจะเน้นเรื่องการส่งเสริมพลังงานสะอาด ส่งเสริมสุขภภาพประชาชน และส่งเสริมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งไทยยังมีศักยภาพที่จะดำเนินการได้ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยมองว่าในทุกครั้งที่มีวิกฤติก็ยังมีโอกาสสำหรับการเติบโตได้เสมอในอนาคต ทั้งนี้โครงการคนละครึ่ง ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนผู้มีรายได้น้อยและเศรษฐกิจระดับฐานรากนั้น ขณะนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอรัฐบาลพิจารณาเดินหน้าโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค.64 และในปีหน้ารัฐบาลยังมีความพยายามที่จะผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการประเมินความสำเร็จของมาตรการที่ได้ทำในปีนี้ และปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกทิศทางและเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างตรงจุดแท้จริง ขณะที่ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว หลังจากนี้ประเทศไทยจะค่อย ๆ เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา แต่จะเป็นไปอย่างรอบคอบและระมัดระวัง หลังจากที่หลายประเทศมีการระบาดของโควิด-19 รอบ 2 โดยการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังจากนี้จะเน้นกลุ่มที่ใช้จ่ายสูงมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนและประเทศในภูมิภาคเอเชียก่อนเป็นกลุ่มแรก สำหรับสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้ กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะทำงานอย่างสอดประสานกันในการดูแลสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นดังกล่าว ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของ ธปท. ในการดำเนินการเรื่องนี้ และคาดว่าหลังจากนี้อาจจะต้องมีมาตรการบางอย่างออกมา แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการออกมาตรการเพื่อทำให้เงินบาทไม่แข็งค่ามากเกินไปแล้วก็ตาม “ธปท.จะคอยดูแลเรื่องนี้ อาจจะต้องมีมาตรการบางอย่างออกมาอีก แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีมาตรการออกมาแล้วเพื่อทำให้สถานการณ์เงินบาทไม่แข็งค่ามากจนเกินไป โดยมองว่าคงจะต้องทำต่อไปเรื่อยๆ เพื่อดูว่าทำอย่างไรให้เงินบาทสามารถแข่งขันได้ในแง่ของอัตราแลกเปลี่ยน”