ไวรัสมรณะพ่นพิษ ตกงาน10ล.
"เอกชน"กังวลโควิด-19 ฉุดดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน เม.ย.63 ต่ำสุดรอบ 11 ปี ขณะที่"หอการค้าไทย"รับทำคนตกงานแล้ว 7 ล้านคน ชี้หากยังยาวนานทะลุ 10 ล้านคน แนะเอกชนปรับตัวสู่รูปแบบใหม่ตามวิถี New Normal เดินหน้าภาคธุรกิจฟื้นเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 20 พ.ค.63 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.63 อยู่ที่ระดับ 75.9 ปรับตัวลดลงจากระดับ 88.0 ในเดือนมี.ค.63 โดยค่าดัชนีฯ ต่ำสุดในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่เม.ย.52 เป็นการปรับตัวลดลงในทุกขนาดของอุตสาหกรรมทั้งขนาดย่อม ขนาดกลาง และขนาดใหญ่
โดยมีสาเหตุมาจากความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรคระบาดของภาครัฐ ส่งผลให้การใช้จ่ายและการบริโภคลดลงโดยเฉพาะสินค้าคงทน ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายชะลอการผลิต การลงทุน และลดการจ้างงาน อีกทั้งยังประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง เนื่องจากขาดเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นอกจากนี้ปัญหาภัยแล้งที่มีความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำลังซื้อในภาคเกษตร
ทั้งนี้ จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,102 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศในเดือนเม.ย.63 พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น เนื่องจากกังวลว่าเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระจายไปทั่วโลก ทำให้คำสั่งซื้อต่างประเทศลดลง ส่วนปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลงคือ สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ,อัตราแลกเปลี่ยนในมุมมองของผู้ส่งออก และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 88.8 โดยลดลงจาก 96.0 ในเดือนมี.ค. ซึ่งค่าดัชนีฯ ต่ำสุดตั้งแต่เดือนพ.ค.52 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อการประกอบกิจการในอนาคตที่มีความไม่แน่นอนสูง จากปัญหาเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวลงภายหลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีความรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้างไปทั่วโลก และยังไม่แน่ชัดว่าวิกฤติโควิด-19 จะสิ้นสุดเมื่อใด
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการได้มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐดังนี้ 1.ขอให้พิจารณาคืนเงินประกันไฟฟ้าให้กับธุรกิจ SMEs ที่ใช้มิเตอร์ขนาดไม่เกิน 50 แอมป์ เพื่อนำมาใช้หมุนเวียนในกิจการช่วงโควิด-19 และ 2.ขอให้กรมสรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่ SMEs เป็นเวลา 3 ปีทุกธุรกิจ (ปีภาษี 2563-2565
)
วันเดียวกัน นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 ด้วยวิถีธุรกิจแบบใหม่ว่า ที่ผ่านมาโควิด-19 ถือว่ามีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ โดยทางธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ได้ออกมาคาดการณ์ว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจากโควิด-19 จะคิดเป็นวงเงินประมาณ 5.8-6.8 ล้านล้านเหรียญ และทำให้การขยายตัวของจีดีพีโลกติดลบประมาณร้อยละ 6.4 ถึง 9.7
ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทยที่ผ่านมามีคนตกงานแล้ว 7 ล้านคน และหากสถานการณ์ยังยาวนานกว่านี้คนจะตกงาน 10 ล้านคน แต่การผ่อนคลายมาตรการจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แม้จะมีวิกฤตก็ยังมีโอกาส พร้อมมองว่าปัญหาโควิด-19 จะยังอยู่ไปอีก 1 ปี ดังนั้นภาคธุรกิจต้องปรับตัวสู่รูปแบบใหม่ตามวิถี New Normal ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางหอการค้าได้สนับสนุนข้อมูลภาครัฐและการประเมินในการเปิดภาคธุรกิจ และมาตรการต่างๆเพื่อให้ธุรกิจเดินให้ไปได้บนความเหมาะสม