ขุนคลังหนุน กบง.หั่นราคาดีเซลช่วยรายย่อย หวังเงินเฟ้อลงสู่กรอบเป้าหมาย 1-3% ในปี 66 หลังน้ำมันตลาดโลกลด
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลังเปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาน้ำมันดีเซล เริ่มทยอยลดลง 20 สตางค์ต่อลิตร สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ยอมรับว่ากองทุนน้ำมันฯ มีฐานะกองทุนติดลบนับแสนล้านบาท จึงต้องตรึงราคาขายปลีก เพื่อเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯบางส่วน กระทรวงพลังงานจึงเลือกปรับลดดีเซลตามความเหมาะสม เพื่อดูแลรายย่อย ภาคขนส่ง และฐานะกองทุนน้ำมันฯ ขณะนี้แนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกทรงตัวไม่ผันผวนสูงเหมือนที่ผ่านมาก ส่วนหนึ่งกังวลภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ทำให้แนวโน้มใช้น้ำมันทั่วโลกลดลง อีกด้านอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงไปอยู่ในกรอบร้อยละ 1-3 ในปีนี้ ตามข้อตกลงคลัง-ธปท. เมื่อราคาน้ำมันลดลงอาจทำให้สินค้าอื่นลดลงด้วยเช่น ปุ๋ยเคมีอาจลดลงตามไปด้วย กระทรวงการคลังยังหวังว่า การประหยัดพลังงานยังมีความสำคัญ หันไปใช้พลังงานทดแทน การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนภาคเกษตร
ทั้งนี้หลังจาก คณะรัฐมนตรีอนุมัติปรับอัตราภาษีลดลง 5 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 4 เดือน เริ่ม 21 มกราคม 2566 ถึง 20 พฤษภาคม 2566 จากนั้นที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)เห็นชอบ ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลลง 50 สตางค์ต่อลิตร และที่ผ่านมาได้เห็นการทยอยลดราคาดีเซลอีก 20 สตางค์ต่อลิตร การทยอยลดลงตามตลาดโลกนับว่าช่วยเหลือรายย่อยได้มากขึ้น หลังจากราคาน้ำมันโลกลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 ราคาเฉลี่ยน้ำมันดีเซลตลาดโลก 135.53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเดือนมกราคม 2566 ราคาน้ำมันดีเซลลดลงเฉลี่ย 116.12 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 29 มกราคม 2566 ติดลบ 113,436 ล้านบาท