รอเช็กได้เลย! 14.5 ล้านคนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า โครงการเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 หรือบัตรคนจนรอบใหม่ กระทรวงการคลังพร้อมที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ เมื่อเสนอ ครม.แล้ว กระทรวงการคลังจะเปิดให้ตรวจสอบสิทธิ และยืนยันตนตัวเพื่อรับสิทธิ คาดว่าโครงการจะเริ่มจ่ายเงินสิทธิได้ประมาณวันที่ 1 เม.ย.66 ทั้งนี้หลังจากนำเสนอ ครม.แล้วจะประกาศไทม์ไลน์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง
สำหรับการประกาศจะใช้รูปแบบการตรวจสอบแบบรายบุคคล ผ่านเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th/ โดยไม่มีเอกสารการประกาศรายชื่อรวม ดังนั้นเมื่อมีการประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติขอให้ผู้ที่ได้ลงทะเบียนไว้กดตรวจสอบด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ได้ และระวังกรณีที่มีบุคคลมาขอข้อมูล เพื่อช่วยตรวจสอบสิทธิให้ ฝากพี่น้องประชาชนให้รักษาสิทธิของตัวเอง อย่าให้คนอื่นมาหลอกลวงในเรื่องการยืนยันตัวตน
ขณะที่คนที่ถือบัตรอยู่เดิมยังใช้สิทธิได้จนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศตัดโครงการเดิม ในส่วนผู้ที่ถือบัตรอยู่ และได้รับสิทธิรอบใหม่ด้วยสามารถเปลี่ยนไปใช้สิทธิใหม่ได้เลย ในส่วนผู้ที่ถือบัตรแต่ไม่ได้รับสิทธิรอบใหม่แล้วยังคงมีสิทธิเดิมเหลืออยู่ กระทรวงการคลังยังชดเชยให้ตามสิทธิที่ต้องได้รับ และทดการใช้จ่ายไปในอีก 1 เดือนถัดไป หลังประกาศตัดโครงการเก่าได้
สำหรับรายการใช้จ่ายในโครงการรอบใหม่นั้น ยังคงเหมือนเดิม ส่วนที่จะเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลในอนาคต อย่างไรก็ตาม มีส่วนที่ปรับปรุงเล็กน้อยคือ ในส่วนของค่าเดินทาง ซึ่งผู้ที่มีสิทธิใช้รถไฟฟ้า เดิมสามารถใช้บัตรสวัสดิการ แตะเข้าระบบรถไฟฟ้าได้เลย ขณะที่โครงการใหม่จะใช้บัตรประชาชนในการใช้จ่าย ซึ่งอาจจะแตะเข้าระบบรถไฟฟ้าไม่ได้ ก็อาจจะต้องให้มีการแลกบัตรหรือเหรียญโดยสารที่เคาน์เตอร์แทน
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม กล่าวว่า คณะกรรมการมีมติเห็นชอบให้ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรคนจน รอบปี 2565 จำนวน 14.5 ล้านคน ในวันที่ 1 มี.ค.66 โดยหลังจากประกาศรายชื่อแล้ว ผู้ที่ได้รับสิทธิจะต้องทำการยืนยันตัวตนภายใน 30 วัน ซึ่งจะเริ่มใช้สิทธิได้ประมาณเดือนเม.ย.66 ส่วนผู้ที่ไม่มีรายชื่อ หรือไม่ได้รับสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ที่ธนาคารกรุงไทยภายใน 60 วันหลังจากการประกาศรายชื่อ และคาดว่าผลการอุทธรณ์จะทราบได้ในช่วงเดือนพ.ค.66 เป็นต้นไป โดยผู้ที่ยื่นอุทธรณ์แล้วได้รับสิทธิบัตรคนจน กระทรวงการคลัง จะให้สิทธิย้อนหลัง
โดยการยื่นอุทธรณ์ให้เป็น หน้าที่ของธนาคารกรุงไทย เนื่องจากธนาคารไม่ได้ให้รายละเอียดของผู้ที่ไม่ผ่านสิทธิกับกระทรวงการคลัง เนื่องจากกลัวจะผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้นจึงให้กรุงไทย ทำหน้าที่ในการรับอุทธรณ์และชี้แจงเหตุผลกับผู้สมัครบัตรคนจนที่ไม่ผ่านสิทธิ
ทั้งนี้ที่ประชุมยังรายงานว่ามีผู้ลงทะเบียนโครงการบัตรคนจนทั้งสิ้นกว่า 22 ล้านคนพบว่า กรอกข้อมูล ไม่ครบ 1.2 ล้านคน และไม่ผ่านการตรวจจาก กรมการปกครอง อีกกว่า 1 ล้านคน ทำให้รอบแรก มีผู้ที่ผ่านโครงการ 19 ล้านคน และเมื่อส่งไปตรวจสอบเรื่องทรัพย์สิน รวมถึงเกณฑ์ครัวเรือนกับอีก 6 หน่วยงานพบว่า มีผู้ไม่ผ่านสิทธิอีก 5 ล้านคน ทำให้มีผู้ที่ผ่านและได้รับสิทธิทั้งหมด 14.5 ล้านคน
เงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ใบเดิมยังใช้ได้หรือไม่
-ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใบเดิมยังใช้สิทธิได้จนกว่าจะมีการประกาศยกเลิกโครงการเดิม
-ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม และได้สิทธิรอบใหม่ด้วย สามารถเปลี่ยนไปใช้สิทธิใหม่ได้เลย
-ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ไม่ได้รับสิทธิรอบใหม่ แล้วยังมีสิทธิเดิมเหลืออยู่ กระทรวงการคลังจะชดเชยให้ตามสิทธิที่ได้รับ และทดการใช้จ่ายไปอีก 1 เดือนถัดไป หลังประกาศยกเลิกโครงการเก่า
สำหรับรายการใช้จ่ายในโครงการรอบใหม่ยังคงเหมือนเดิม ส่วนจะมีเพิ่มเติมอีกหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลในอนาคต
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้จ่ายอะไรได้บ้าง
-ทุกวันที่ 1 ของเดือน (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป)
วงเงินซื้อสินค้า 400/500 บาทต่อเดือน (เป็นวงเงินเดิม 200/300 บาท และวงเงินจากโครงการเพิ่มกำลังซื้อ 200 บาท)
ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อ 3 เดือน
ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน
ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน
ค่าโดยสารรถไฟฟ้า (MRT/BTS/ARL) และ ขสมก. 500 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อาศัยอยู่ในเขต กทม. และปริมณฑล)
-ทุกวันที่ 18 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้)
เงินคืนค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน)
เงินคืนค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินคืนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ส่วนที่เกินจาก 100 บาท ผู้ถือบัตรฯ เป็นผู้ชำระเอง)
-ทุกวันที่ 22 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้)
เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเงินเบี้ยความพิการ)
สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะต้องยืนยันตัวตนที่สาขาธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ภายใน 30 วัน พร้อมบัตรประชาชนแบบใหม่ด้วย เพราะบัตรคนจนรอบใหม่ใช้บัตรประชาชนที่มีชิปส์ ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจน กระทรวงการคลังจะเปิดให้มีการอุทธรณ์ผ่านธนาคารกรุงไทยอีกครั้ง