“ภัยคุกคามไซเบอร์” สารพัดความเสียหายที่ยากคาดเดา! “ศึกษา – รู้เท่าทัน” แนวทางป้องกันที่ดีที่สุด!!!
จากปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อภาครัฐ และประชาชน ในการขโมยข้อมูล ทั้งในระบบ iOS และ Android การดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่มาจากผู้สร้างมัลแวร์อันตราย จากภายในประเทศ และภายนอนประเทศ
ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งภาครัฐ “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” (ดีอีเอส) ต้องลุกขึ้นมามีบทบาทในการตรวจสอบมัลแวร์อันตราย ที่มาในรูปแบบของแอพพลิเคชั่น โดย “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รมว.ดีอีเอส ระบุว่า ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของมัลแวร์อันตราย ที่มาในรูปแบบของแอพพลิเคชั่น ซึ่งดีอีเอส และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้มีการตรวจสอบมาโดยตลอด โดยพบปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะผู้ใช้งานโทรศัพท์ที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่ถูกระบุว่าสามารถขโมยข้อมูล หรือควบคุมเครื่องโทรศัพท์ได้ โดยในปี 2022 มีการเผยแพร่รายชื่อแอพพลิเคชั่นอันตรายเหล่านี้ ซึ่งมีมากกว่า 200 รายการ ทั้งในระบบ iOS และ Android ตามที่ปรากฏใน Facebook ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ Facebook ของ สกมช. (NCSA THAILAND) ขอให้ผู้ใช้งานทำการตรวจสอบ หากพบแอพพลิเคชั่นดังกล่าวให้ถอนการติดตั้งโดยทันที และควรอัพเดทระบบของเครื่องโทรศัพท์ของตนเองให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ
ทั้งนี้ดีอีเอสแจ้งเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังในการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ลงบนโทรศัพท์มือถือ เพราะอาจจะไปเจอมัลแวร์อันตรายได้ เพราะหากมีการโหลดเข้าไปในเครื่องก็จะมีโอกาสที่จะถูกดูดข้อมูลส่วนบุคคล หรือถูกรีโมตเข้ามาควบคุมมือถือของท่าน
ซึ่งถ้ามีเกี่ยวกับการเงินก็อาจจะถูกโอนเงินออกไป ที่เรียกว่าใช้แอพฯดูดเงิน และถ้าพบแอปฯ เหล่านี้อยู่ในมือถือของท่านให้รีบลบออก ซึ่งขณะนี้กระทรวงฯ ได้ประสานกับทาง Play Store หรือ App Store ทั้งหมดแล้วไม่ให้มีแอปฯ เหล่านี้ในระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนหลงกลแล้วโหลดเข้าไป
ขณะเดียวกัน สกมช. ได้มีการรวบรวมรายชื่อบริษัทที่ทําการส่ง SMS ปลอมเหล่านี้ เพื่อหยุดการทําธุรกรรมต่างๆ ซึ่งกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการประสานงานกับ กสทช. เพื่อขอให้ผู้ให้บริการมือถือทุกค่าย และธุรกิจที่ทำ SMS แล้วปล่อยให้มีการปลอมชื่อออกมา ซึ่งหากทําสําเร็จก็จะไม่มี SMS ปลอมอีก
และเพื่อสร้างความรู้แก่ประชาชนในวงกว้างต่อการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ “คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ” (สกมช.) จัด “นิทรรศการสัปดาห์วิชาการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ปี 2566 (Thailand National Cyber Week 2023)” ในวันที่ 17 - 18 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10.00 – 17.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ โดย “พลอากาศตรี อมร ชมเชย” เลขาธิการ สกมช.กล่าวว่า ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์ มีสภาพและลักษณะของภัยคุกคามที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมีรูปแบบการโจมตีที่หลากหลาย และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปในหลายภาคส่วน
อีกทั้งเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจด้วยภาษาที่ง่าย และตรงประเด็น สำหรับทุกกลุ่มเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ถึงภัยคุกคามด้านไซเบอร์ที่มีการโจมตีในทุกรูปแบบและมีผลกระทบกับเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศ รวมถึงจะได้ร่วมกันบูรณาการความรู้และใช้ประโยชน์จากงานในครั้งนี้ให้มากที่สุด เพื่อเป็นการปกป้องตนเองและต่อยอดธุรกิจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์พร้อมทั้งสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการและหน่วยงานต่าง ๆ ทุกภาคส่วนในการแข่งขันกับต่างประเทศและภัยคุกคามในอนาคตต่อไป
ส่วนภาคเอกชนที่ร่วมจัดงานในครั้งนี้ “กฤษณา เขมากรณ์” ผู้จัดการประจำประเทศไทย M-Solutions Technology (Thailand) Co., Ltd.กล่าวว่า บ. M.TECH มาพร้อมกับแนวคิด SecureTogether StrongerTogether will Secure Everything ซึ่งได้นำเทคโนโลยีการป้องกัน และรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ชั้นนำ มาจัดแสดง ซึ่งภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะทำงาน เรารวบรวมเทคโนโลยีของผู้นำ CyberSecurity Vendor พร้อมทั้งบูรณาการสร้างสถาปัตยกรรมให้เทคโนโลยีทำงานประสานกัน เพื่อให้สามารถตรวจพบและตอบสนองต่อภัยไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที
เช่นเดียวกับ “บ.หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย)” ที่ได้นำ ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรม ต่าง ๆ อาทิ 5G และ AI ได้ส่งผลให้โลกไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น และทำให้เกิดภัยทางไซเบอร์ใหม่ ๆ ในหลายรูปแบบ ซึ่งบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญในการส่งเสริมบุคลากรด้าน ICT ในไทย และมีเป้าหมายที่จะพัฒนาทักษะบุคลากรให้กลายเป็นขุมพลังสำคัญด้านบุคลากรไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของประเทศ จึงได้ร่วมมือกับ สกมช. ผ่านโครงการฝึกอบรมที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนทางไซเบอร์ในตลาดแรงงานไทย และขับเคลื่อนประเทศไทยให้เข้าสู่ยุคอัจฉริยะที่ทุกคนมีบทบาทและเชื่อมถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือระหว่างบริษัทเอกชนด้วยกันจับมือป็นพันธมิตรทางธุรกิจในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดย “ดร.ศุภกร กังพิศดาร” กรรมการผู้จัดการ บ.ไซเบอร์ อีลีท ภายใต้กลุ่มเบญจจินดา กล่าวว่า ไซเบอร์ อีลีท ลงนามความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กับ บ.อาโทส ไอที โซลูชั่นส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส หรือ อาโทส มีจุดประสงค์เพื่อต่อยอด Managed Security Services รองรับการเติบโตทางธุรกิจและต่อยอดความสำเร็จการให้บริการ พร้อมรับมือภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นซึ่งในปีที่ผ่านมา ไซเบอร์อีลีท สามารถทำยอดขายทะลุเป้าหมายปีแรกได้ โดยบริการ Managed Security Service เป็นบริการหลักที่สร้างรายได้กว่า 50% ให้กับบริษัทฯ
ทั้งนี้ไซเบอร์ อีลีท มีเป้าหมายที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยมาตรฐานการให้บริการในระดับสากล ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ในระดับ Large enterprises ทั้งภาครัฐ และเอกชน และการขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยการจับมือกับ Atos ซึ่งเป็นบริษัทในระดับโลกที่ครองส่วนแบ่งการตลาดการให้บริการ Managed Security Services ในด้านรายได้เป็นอันดับหนึ่งของโลกจากการรายงานของ Gartner ในปี 2021 มากไปกว่านั้น Atos ยังมีศูนย์เฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือ SOC จำนวนถึง 16 ศูนย์กระจายอยู่ทั่วโลกโดยมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์มากกว่า 6,500 คน
“การทำงานร่วมกันระหว่าง ไซเบอร์ อีลีท และ Atos ในครั้งนี้จะสามารถส่งมอบการให้บริการที่รวดเร็วและมีมาตรฐานระดับสากล โดย ไซเบอร์ อีลีท มีทีมผู้เชี่ยวชาญภายในประเทศที่สามารถให้คำแนะนำช่วยเหลือและตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันเวลา ในกรณีเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อน ลูกค้าได้รับผลกระทบในระดับรุนแรงหรือระดับวิกฤติ ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Atos ที่มีประสบการณ์การเผชิญเหตุการณ์ในระดับ global สามารถเข้ามาสนับสนุนการทำงาน ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ ในการจัดการยับยั้งเหตุการณ์และความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ในทันที”
“เทคโนโลยี” แม้จะมีบทบาทในการสร้างความสะดวกสบายให้กับเรา แต่ก็แอบแฝงมากับภัยอันตราย! ที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล การศึกษา และรู้เท่าทัน จึงเป็นเป็นแนวทางป้องกันได้ดีที่สุด