อดีตขุนคลัง ชี้บอร์ดร.ฟ.ท. เสี่ยงในสัญญาไฮสปีด3สนามบิน!
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala เรื่อง'บอร์ด ร.ฟ.ท.เสี่ยงในสัญญาไฮสปีด3สนามบิน' ความว่า...
“บอร์ด ร.ฟ.ท. เสี่ยง ในสัญญา ‘ไฮสปีด 3 สนามบิน’” ในคลิปยูทูป คุณบากบั่น บุญเลิศบรรยายว่าทำไม ร.ฟ.ท. ยังไม่เซ็นสัญญาเสียที ถ้าหากเปลี่ยนเป็นรถไฟสปีดปานกลาง โดย ร.ฟ.ท. ทำโครงการเอง-เป็นรางคู่ตลอดสาย-ยกถนนข้ามทุกจุดตัด-สร้างรั้วโปร่งกันสัตว์ ถ้าใช้วิธีนี้ จะไม่เกิดปัญหาส่งมอบพื้นที่เลย เพราะ ร.ฟ.ท. จะใช้พื้นที่เดิม ถามว่า ทำไม ‘ไฮสปีด 3 สนามบิน’ จึงมีปัญหาส่งมอบพื้นที่อย่างมาก? ตอบว่า เพราะตามข้อมูลของคุณบากบั่น โครงการนี้ในส่วนธุรกิจเฉพาะของรถไฟความเร็วสูงนั้น มีแนวโน้มจะขาดทุน ดังนั้น ถ้าไม่ส่งมอบพื้นที่สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปด้วย ก็จะขาดทุน ไม่มีกำไรจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาชดเชย ข่าวข้างล่าง ล่าสุด คณะอนุกรรมการฯ ได้พยายามแก้ปัญหา ดังนี้ 1. ร.ฟ.ท.ขอเวลาไล่รื้อผู้บุกรุก 2 ปีนับจากเซ็นสัญญา แต่กรณีมีผู้บุกรุกเกิดขึ้นหลังเซ็นสัญญา ผู้รับสัมปทานจะเป็นฝ่ายไล่รื้อ 2. การเวนคืนพื้นที่ 850 ไร่ ร.ฟ.ท. ขอส่งมอบพื้นที่หลังออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ) เวนคืน 2 ปี ทั้งนี้ พื้นที่ใช้ในการก่อสร้างไฮสปีด 4,300 ไร่ เป็นพื้นที่รถไฟจำนวน 3,571 ไร่ พื้นที่เวนคืน 850 ไร่ จำนวน 42 แปลง สำหรับที่ดินของรฟท. 3,571 ไร่ พร้อมส่งมอบทันทีจำนวน 3,151 ไร่ หลังจากลงนามสัญญา ผมเห็นว่าบอร์ด ร.ฟ.ท. ยังเสี่ยงมากเหมือนเดิม เพราะว่าผู้ไล่ที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ต้องทำตามกฎเคร่งครัด ดังนั้น จึงอาจมีผู้บุกรุกบางรายที่ลากการเจรจาต่อรอง จนเลยกำหนดเวลา 2 ปี และกรณีถ้าหากถึงแม้กำหนดเงื่อนไข ให้แต่ละฝ่ายสามารถขยายเวลาได้ แต่เนื่องจากสัดส่วนพื้นที่ที่ยังไม่พร้อม คิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าโครงการทั่วไป รวมทั้งครอบคลุมเนื้อที่มากเป็นพิเศษ จึงเกิดคำถามว่า มีเหตุผลใดที่ต้องรีบเร่งลงนามในสัญญา ทั้งที่ยังมีความไม่พร้อมอยู่เป็นสัดส่วนสูง? ในเรื่องที่ดินเวนคืนก็มีความเสี่ยงอีกเช่นกัน การเวนคืน เป็นการที่รัฐใช้อำนาจตามกฎหมายพรากเอาที่ดินของเอกชนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินนั้นก่อน เพื่อนำมาใช้ในงานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ ดังนั้น จึงต้องทำเฉพาะแค่เท่าที่จำเป็น และเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง ดังที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ มาตรา ๕ กำหนดว่า “เมื่อรัฐมีความจําเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการใดๆ อันจําเป็นเพื่อการอันเป็นสาธารณูปโภค หรือการอันจําเป็นในการป้องกันประเทศ หรือการได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ หรือเพื่อการผังเมือง หรือเพื่อการพัฒนาการเกษตร หรือการอุตสาหกรรม หรือเพื่อการปฏิรูปที่ดิน หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น ถ้ามิได้ตกลงในเรื่องการโอนไว้เป็นอย่างอื่น ให้ดําเนินการเวนคืนตามบทแห่งพระราชบัญญัติน้ี ในกรณีที่มีบทบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนไว้ในกฎหมายอื่นโดยเฉพาะแล้ว ถ้าจะต้องดําเนินการเวนคืนเพื่อกิจการตามกฎหมายดังกล่าว เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรจะมีมติให้ดําเนินการเวนคืนตามบทแห่งพระราชบัญญัติน้ีแทนก็ได้” มาตรา ๖ กำหนดว่า “พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินในบริเวณท่ีที่จะเวนคืนต้องระบุ (๑) ความประสงค์ของการเวนคืน (๒) เจ้าหน้าที่เวนคืน (๓) กําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเท่าที่จําเป็น” ในขณะที่ พ.ร.บ.อีอีซี มาตรา ๓๔ กำหนดว่า ”ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องได้มาซึ่งที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้สํานักงานมีอํานาจดําเนินการโดยวิธีการจัดซื้อ เช่า เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน เวนคืน หรือโดยวิธีการอื่นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายกําหนดก่อนการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการนโยบายแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ ความเหมาะสมทางด้านการเงิน ตลอดจนผลกระทบและ แนวทางหรือมาตรการป้องกัน แก้ไข หรือเยียวยาผลกระทบดังกล่าว และความคุ้มค่าที่ประชาชนในพื้นที่และรัฐจะได้รับที่ดินที่สํานักงานได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ สํานักงานมีอํานาจใช้หรือจัดหาประโยชน์ในที่ดินนั้นได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด...” หลักการที่กำหนดในกฎหมายทั้งสองฉบับที่ให้รัฐสามารถเวนคืนที่ใน อีอีซี ได้นั้น ย่อมไม่สามารถก้าวล่วงไปเพื่อทำประโยชน์ให้แก่บริษัทเอกชนหากำไรจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะจะเข้าลักษณะพรากที่ดินจากเอกชนรายหนึ่งไปเพื่อประโยชน์แก่เอกชนอีกรายหนึ่ง ผิดหลักนิติธรรม สำหรับพื้นที่ที่เอกชนจะทำกำไรอสังหาริมทรัพย์นั้น ถึงแม้จะเรียกว่า *พื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ* แต่โดยสำนึกของวิญญูชน ที่ดินที่จะเข้าข่ายดังนี้ ก็จะเป็นเฉพาะที่ตั้งสถานีรถไฟแบบแคบเท่านั้น ดังนั้น กรณีการเวนคืนเพื่อใช้เกินขอบเขตดังกล่าว เช่น สร้างอาคารสำนักงานให้เช่า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์การค้า ตลาด ก็อาจจะถูกท้าทายได้ว่าผิดกฎหมาย การส่งมอบที่ดินเวนคืน จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงของบอร์ด ร.ฟ.ท.