'ทีดีอาร์ไอ' ชี้เยียวยาโควิดรอบใหม่มุ่งเน้น 2 กลุ่มแนะผู้ที่ติดเชื้อควรได้รับเงินเยียวยาเท่าค่าแรงขั้นต่ำ
วันที่ 6 มกราคม 2564 นายนณริฎ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ได้กล่าวว่า ในวิกฤตการณ์ทั้งที่ผ่านมา และโควิดรอบใหม่นี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงสุดคือ กลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กจะไปไม่รอด ดังนั้นรัฐบาลจะต้องหากองทุนมาช่วย โดยภาครัฐอาจต้องใช้ช่องทางตัวเอง ผ่านธนาคารของรัฐ ซึ่งเป็นตัวหลักในการปล่อยกู้ เพราะฉะนั้นถ้าจะทำให้เกิดการช่วยกันอย่างจริงจัง จึงควรมีการลงขันกับภาคเอกชนรายใหญ่ช่วยซื้อโรงแรมเก็บไว้ จนเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ก็ให้เจ้าของกลับมาซื้อคืน เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจล้มหายไป
ทั้งนี้ นายนณริฎ กล่าวว่า ในวิกฤติโควิดระลอกใหม่ สิ่งแรกที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ เด็กยากจน ด้วยการจ่ายเงินทางตรง เป็นเงินให้เปล่าผ่านทางบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากรัฐมีกรอบข้อมูลในการดูแลอยู่แล้ว 2.ดูแลเฉพาะจุดที่ได้รับผลกระทบของโควิด เพราะรัฐบาลล็อกดาวน์หรือปิดพื้นที่ไม่เท่ากัน บางพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักกว่าบางพื้นที่ ดังนั้นให้รัฐเลือกกระตุ้น เพราะแม้รัฐบาลจะมีมาตรการคนละครึ่ง แต่บางพื้นที่ถูกล็อกดาวน์ก็ไม่สามารถใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ อีกทั้งถ้าเจาะลึกในกลุ่มอุตสาหกรรม ก็ได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน อย่างเช่น ในอุตสากรรมท่องเที่ยวซึ่งไม่เห็นสัญญาณที่จะดีขึ้น ดังนั้นจึงอาจต้องได้รับการเยียวที่มากกว่ากลุ่มอื่นๆ
สำหรับงบประมาณที่จะนำมาเยียวยาหากดูจาก พรก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 6 แสนล้านบาท ซื้อวัคซีน ยังมีเงินเยียวยาเหลืออีก 3 แสนล้านบาท ส่วนที่เป็นงบฟื้นฟู 4 แสนล้านบาท มีการใช้ไปเพียง 1 แสนล้านบาท เหลือครึ่งหนึ่งที่ภาครัฐจะใช้ได้ และในปีงบประมาณ 2564 สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงน่าจะนำมาเป็นเงินเยียวยารอบใหม่ เป็นเงินให้เปล่าตกเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งน่าจะเพียงพอ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ติดโควิด-19 ควรได้รับเงินเยียวยาเท่าค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อครอบครัวด้วย