ก.หูกวางตรวจความพร้อมรถไฟฟ้าสายสีแดง-สถานีกลางบางซื่อ คาดใช้งานปลายปีนี้

เศรษฐกิจ28 ม.ค. 2564 • 09:06 น.
ก.หูกวางตรวจความพร้อมรถไฟฟ้าสายสีแดง-สถานีกลางบางซื่อ คาดใช้งานปลายปีนี้
รมว.คมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงฯ ตรวจความพร้อมของสถานีกลางบางซื่อ และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน เพื่อดูความพร้อมก่อนเปิดให้บริการประชาชนในปลายปี 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อตรวจความพร้อมของโครงการฯ ก่อนที่จะเปิดให้บริการประชาชนในปลายปี 2564 โดยได้ทดลองโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน ซึ่งมีระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร จำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานีบางซ่อน บางบำหรุ และตลิ่งชัน จากการลงพื้นที่ตรวจความพร้อมในครั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะต้องซ่อมบำรุงในส่วนที่เป็นสถานี ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จมานานและไม่ได้เปิดใช้บริการ ต้องมีการปรับพื้นทางให้ได้มาตรฐานเพื่อให้สามารถเดินรถได้เต็มประสิทธิภาพ การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดงจากสถานีบางซื่อ - ตลิ่งชัน ใช้ระยะเวลาประมาณ 15 นาที หากใช้รถยนต์อาจต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่ารถไฟฟ้าสายสีแดงเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชนเดินทางจากใจกลางกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่ด้านตะวันตกของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย โดย รฟท. จะทดลองเดินรถเสมือนจริงในเดือนมีนาคม 2564 และมีแผนการซ่อมบำรุงระหว่างเดือนมกราคม - เมษายน 2564 ซึ่งในเดือนเมษายน 2564 ระบบทุกอย่างจะสมบูรณ์ ส่วนการบริหารการใช้พื้นที่ของสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 4 แสนตารางเมตร ได้มอบแนวคิดเป็นหลักการว่า ให้ รฟท. บริหารจัดการพื้นที่ให้มีรายได้มากกว่ารายจ่าย โดยให้ รฟท. พิจารณาสัดส่วนการใช้พื้นที่ในเชิงพาณิชย์เพื่อหารายได้อย่างเหมาะสม ทำให้สถานีกลางบางซื่อเป็น Smart Station เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มผลิตสินค้า OTOP ใช้เป็นตลาดจำหน่ายสินค้า OTOP อย่างยั่งยืน นำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่เพื่อลดต้นทุน บริหารโดยยึดหลักกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด และ รฟท. จะต้องรายงานแผนการใช้พื้นที่ต่อกระทรวงฯ ภายใน 1 สัปดาห์ สำหรับการบริหารพื้นที่โดยรอบสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งมีพื้นที่จำนวน 9 แปลง ประมาณ 2,000 กว่าไร่ รฟท. ยืนยันว่า พื้นที่ 5 แปลงแรก สามารถออกข้อกำหนดและเงื่อนไขรายละเอียดได้ทันที โดยจะออกข้อกำหนดให้เป็นสถานที่ทำงาน ศูนย์ราชการ ที่อยู่อาศัย พื้นที่เชิงพาณิชย์ และเป็น Smart City ส่วนที่เหลืออีก 4 แปลง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะต้องมีการรื้อย้ายสิ่งต่าง ๆ ออกไป เช่น สถานีขนส่งผู้โดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด เป็นต้น ได้ให้ รฟท. พิจารณากำหนดระยะเวลาในการรื้อย้ายที่ชัดเจน เพื่อที่จะสามารถออกข้อกำหนดและเงื่อนไขรายละเอียดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้พื้นที่ทั้ง 9 แปลง สามารถดำเนินการควบคู่กันได้ ขณะที่แผนการบริหารจัดการเดินรถไฟทางไกลของ รฟท. ที่มีสถานีต้นทางและปลายทางที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) มีขบวนรถประมาณ 188 ขบวน ซึ่งในปี 2566 จะไม่มีขบวนรถไฟทางไกลวิ่งเข้าสถานีหัวลำโพงนั้น สามารถปรับแผนบริหารจัดการเดินรถได้ โดยมีเป้าหมายจากการเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤศจิกายน 2564 โดยจะไม่มีรถไฟทางไกลวิ่งเข้าสถานีหัวลำโพง หรือหากจะต้องมีขบวนรถไฟทางไกลวิ่งเข้าสถานีหัวลำโพงเพื่อทำการเติมน้ำมัน จะต้องวิ่งเข้าสถานีหัวลำโพงระหว่างเวลา 22.00 – 04.00 น. เท่านั้น เพื่อให้การจราจรทางถนนในกรุงเทพฯ ไม่ติดขัดเพราะขบวนรถไฟ ส่วนพื้นที่โดยรอบกรุงเทพฯ ได้วางแผนว่าจะทำเป็นขบวนรถไฟขนส่งสินค้า โดยแผนการเดินรถดังกล่าว ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ประธานกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย และปลัดกระทรวงคมนาคม จะร่วมกันพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน