“สบน.”เล็งกู้เงินเต็มเพดาน 1 ล้านล้านบาทสู้โควิด ดันหนี้สาธารณะแตะ 56% ชี้ยังอยู่ในกรอบวินัย

เศรษฐกิจ25 ม.ค. 2564 • 14:50 น.
“สบน.”เล็งกู้เงินเต็มเพดาน 1 ล้านล้านบาทสู้โควิด ดันหนี้สาธารณะแตะ 56% ชี้ยังอยู่ในกรอบวินัย
นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกู้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทว่า ล่าสุดมีการอนุมัติกรอบวงเงินกู้แล้ว 7 แสนล้านบาท และกู้เงินแล้ว 3.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท โดยในส่วนของเงินกู้เพื่อใช้ในโครงการด้านสาธารณสุข จำนวน 4.5 หมื่นล้านบาทนั้นอนุมัติแล้ว 1.96 หมื่นล้านบาท และมีการเบิกจ่ายแล้ว 1,560 ล้านบาท ส่วนวงเงินเพื่อการเยียวยา 5.6 แสนล้านบาท อนุมัติแล้ว 5.58 แสนล้านบาท และมีการเบิกจ่ายแล้ว 3.22 แสนล้านบาท ขณะที่วงเงินเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3.9 แสนล้านบาท อนุมัติแล้ว 1.33 แสนล้านบาท และมีการเบิกจ่ายแล้ว 4.8 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้หากการกู้เงินของรัฐบาลยังเป็นไปตามแผนในกรอบ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท แม้จะกู้เต็มวงเงินก็จะทำให้หนี้สาธารณะอยู่ที่ระดับ 56% ของจีดีพี ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลัง โดยในช่วง ม.ค.-ก.พ.64 สบน.มีแผนจะกู้เงิน 2.1 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการเราชนะตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) แบ่งเป็นการออกตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น (PN) พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว,พันธบัตรออมทรัพย์ และเงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) โดยขณะนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณาปรับกรอบหนี้สาธารณะ ถ้าไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินส่วนใดเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้หนี้สาธารณะยังอยู่ในกรอบที่สูงสุดไม่เกิน 60% ต่อจีดีพี โดยในปีงบประมาณ 2564 สบน.มีแผนการก่อหนี้รวมทั้งหมด 2.3 ล้านล้านบาท โดยใช้เครื่องมือผ่านพันธบัตรรัฐบาล 8.5 แสนล้านบาท คิดเป็น 36%,ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) 5.2 แสนล้านบาท คิดเป็น 22%,ตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) 8.22 แสนล้านบาท คิดเป็น 35%,พันธบัตรออมทรัพย์ 1.1 แสนล้านบาท คิดเป็น 5% และเงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) วงเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2% “ตอนนี้เหตุการณ์ไม่ปกติ มีการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทเข้ามา ซึ่งต้องบอกว่าการกู้ของหนี้สาธารณะประเทศไทย เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆเราดีกว่าเยอะ ทุกคนยังมองว่าเราบริหารได้ค่อนข้างดี ซึ่ง 50% ของหนี้สาธารณะ จริงๆหนี้ของรัฐบาลที่รับภาระแค่ 40% อีก 10% เป็นของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในกรอบ ซึ่งไม่ได้เป็นภาระงบประมาณ ฉะนั้นหากเทียบของเรา ต้องมาดูว่าภาระงบประมาณจริง หนี้สาธารณะของเราต้องใช้ตัวเลข 40% เมื่อเทียบกับสากล แต่ปฏิเสธเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินเข้ามาช่วยโควิดไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีจะไม่มีเม็ดเงินเช่น อเมริกา ก็กู้เหมือนกัน” ทั้งนี้ถ้าสถานการณ์โควิดยังไม่คลี่คลาย ขณะนี้ยังมีวงเงินเหลือจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ยืนยันว่ารัฐบาลมีเม็ดเงินเพียงพอในการดูแลประชาชน เพราะนอกจากนี้ยังมีเม็ดเงินจากงบกลางและอื่นๆ ดังนั้น เงินยังพอมีเหลืออยู่เยอะ ส่วนจะใช้เม็ดเงินจากส่วนใดมาดูแล ก็เป็นเรื่องของสำนักงบประมาณที่จะต้องดูในเรื่องงบกลาง แต่หากไม่ใช้งบกลาง สบน.ก็มีเงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน สำหรับ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ข้อมูล ณ วันที่ 22 ม.ค.64 คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติวงเงินไปแล้ว 711,607 ล้านบาท โดย สบน.กู้ไปแล้วทั้งสิ้น 393,761 ล้านบาท คิดเป็น 39% และจะทยอยกู้ไปเรื่อยๆ โดยแบ่งเป็น 1.แผนงานด้านสาธารณสุข วงเงิน 45,000 ล้านบาท ครม.อนุมัติกรอบแล้ว 19,698 ล้านบาท ซึ่ง สบน.ได้มีการตั้งเบิกไปแล้ว 1,561 ล้านบาท2.แผนงานเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ วงเงิน 565,000 ล้านบาท ซึ่งโอนมาจากแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 10,000 ล้านบาท ครม.อนุมัติกรอบแล้ว 558,753 ล้านบาท โดยมีการตั้งเบิกแล้ว 322,819 ล้านบาท ซึ่งส่วนที่เหลือ 210,200 ล้านบาท จะเป็นเรื่องของโครงการเราชนะ 3.แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 390,000 ล้านบาท ครม.อนุมัติกรอบ 133,159 ล้านบาท เบิกจ่ายไปแล้ว 48,998 ล้านบาท