ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ชูกลยุทธ์ “ผู้บริโภคต้องมาก่อน” เร่งการเติบโตสู่ “บริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย”
บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “ผู้บริโภคต้องมาก่อน” โดยชู 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเข้าถึงและเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้า การเสริมศักยภาพองค์กร และความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและเทรนด์ระดับโลก โดยต่อยอดจากความสำเร็จของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก อาทิ “เป๊ปซี่ ทรีทส์ ช็อกโกแลตดูไบ” ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นแห่งแรกของโลก สะท้อนศักยภาพของบริษัทฯ ในการนำเทรนด์ระดับโลกมาสู่ตลาดไทยได้อย่างรวดเร็วและตรงความต้องการของผู้บริโภค ควบคู่กับการเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์หลักในพอร์ตโฟลิโอ เช่น เป๊ปซี่ และ ทีพลัส เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
นายทานุจ ชาดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ที่ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เราเชื่อว่าการเข้าใจผู้บริโภคไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการดูข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการลงไปเรียนรู้พฤติกรรมและความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคเพื่อนำข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวมาสู่การเปิดตัวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์พวกเขาได้อย่างตรงจุด ในระยะสั้น เรามุ่งเร่งปรับพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของเรา ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมและขับเคลื่อนงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น”
ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในระยะสั้น ควบคู่กับการวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย จึงมุ่งเน้นการดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
เข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ดำเนินงานภายใต้หลักปรัชญา “Gemba” ซึ่งเป็นคำในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง การลงพื้นที่จริงเพื่อทำความเข้าใจผู้บริโภคจากประสบการณ์และบริบทที่เกิดขึ้นจริง และ “Seikatsusha” ที่หมายถึงการมองผู้บริโภคในฐานะ “มนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ” ซึ่งมีอารมณ์ ความใฝ่ฝัน และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ใช่เพียงข้อมูลตัวเลข แนวคิดทั้งสองนี้เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง
นายยุทธนา จิตจรุงพร รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราเชื่อว่า ‘การได้ลงไปเห็นจริง คือการเข้าใจจริง’ (Seeing is Believing) เพราะหลายครั้งข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าที่สุดไม่ได้มาจากสิ่งที่ผู้บริโภคบอก แต่มาจากสิ่งที่พวกเขาทำ การลงไปสัมผัสชีวิตจริงของผู้บริโภค ผสานกับการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ ช่วยให้เราเข้าใจความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด เราจึงนำข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวมาต่อยอดสู่การพัฒนาพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกช่วงเวลาและทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่าอย่าง เป๊ปซี่ ผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชัน (Functional Beverages) อย่าง เกเตอเรด และ ซันโทรี่ ไฮ! วอเตอร์ ล็อก ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ตอบรับเทรนด์คาเฟ่คัลเจอร์ ซึ่งเรามีแผนเปิดตัวในประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569”
เสริมขีดความสามารถ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและรองรับการเติบโต
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรทั้งด้านการผลิต เทคโนโลยี และบุคลากร เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจและรองรับการเติบโตในอนาคต โดยมี “ดิจิทัล” เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เชิงกลยุทธ์และฝังศักยภาพด้านดิจิทัลในทุกกระบวนการ (end-to-end) ซึ่งจะช่วยยกระดับความรวดเร็วในการตัดสินใจ เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการซัพพลายเชน ตลอดจนการรวบรวมข้อมูลผู้บริโภคแบบเรียลไทม์เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการเข้าถึงตลาดได้อย่างแม่นยำ พร้อมยกระดับการทำงานร่วมกับคู่ค้าให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทฯ ลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เพิ่ม 2 สายการผลิตใหม่ ณ โรงงานจังหวัดสระบุรี เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1,500 ขวดต่อนาที ส่งผลให้โรงงานสระบุรีมีขีดความสามารถในการผลิตโดยรวมเพิ่มสูงถึง 800 ล้านลิตรต่อปี
“ที่ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เราเชื่อว่าการเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรคือรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและความพร้อมสำหรับอนาคต เรากำลังพัฒนาบุคลากรที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญในสายงาน ทักษะด้านดิจิทัล และจิตวิญญาณความเป็นผู้นำอันเป็นเอกลักษณ์ของซันโทรี่เข้าไว้ด้วยกัน ความมุ่งมั่นของเราครอบคลุมทุกมิติและดำเนินการอย่างเป็นระบบ ทั้งการยกระดับศักยภาพของพนักงานที่ปฎิบัติงานหน้างาน การเร่งพัฒนาความสามารถของผู้จัดการ และการปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านรูปแบบการทำงานที่บูรณาการมากยิ่งขึ้นและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงลึกที่สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคและตลาดอย่างแท้จริง การเชื่อมโยงการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรเข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจโดยตรง ช่วยให้เราสร้างองค์กรที่เรียนรู้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำงานร่วมกันได้อย่างใกล้ชิดยิ่งชึ้น และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยความแม่นยำอย่างต่อเนื่อง นี่คือแนวทางที่ทำให้ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งภายใต้เป้าหมายเดียวกัน พร้อมส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าแก่ผู้บริโภคชาวไทย และสร้างมาตรฐานใหม่ของการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาขีดความสามารถในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม” นายยศยุต สหวัชรินทร์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวทิ้งท้าย
เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจภายใต้ค่านิยมองค์กร “การเติบโตอย่างยั่งยืน” (Growing for Good) และ “การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม” (Giving Back to Society) โดยมุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ เป็นรายแรกในประเทศไทยที่นำขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% (rPET) มาใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม โดยเริ่มจากเป๊ปซี่ขนาด 550 มล. ในปี 2566 และได้ขยายการใช้งานครอบคลุมมากกว่า 10 SKUs ในกลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัดลมเป๊ปซี่และชาพร้อมดื่มทีพลัส ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Light-weight ทั้งขวดและฝา ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ได้มากกว่า 10,000 ตัน นับตั้งแต่ปี 2561 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและเพิ่มการนำขวด PET ใช้แล้ว กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเป็นขวดใหม่ (Bottle-to-Bottle Recycling) ผ่านสถานีซื้อขายขยะรีไซเคิลในชุมชนตำบลมาบยางพร จังหวัดระยอง รวมถึงกิจกรรมคัดแยกขยะและเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ภายในงาน เป๊ปซี่ พรีเซนต์ บิ๊กเมาน์เท่นมิวสิคเฟสติวัล เพื่อนำส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นด้านความยั่งยืนที่สำคัญ ผ่านโครงการ “มิซุอิกุ” (Mizuiku Program) ที่มุ่งส่งเสริมความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์น้ำแก่เยาวชน โดยนับตั้งแต่ปี 2562 โครงการได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและครู กว่า 42,000 คน ทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียนธรรมชาติที่ผสานความสนุกเข้ากับการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของน้ำและความเชื่อมโยงระหว่างผืนป่า พื้นที่ต้นน้ำ และระบบนิเวศ พร้อมส่งเสริมให้เยาวชนนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และขยายผลสู่ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว
“นอกเหนือจากการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจในระยะสั้น บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ผ่านการลงทุนด้านนวัตกรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นผลการดำเนินงาน และการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับลูกค้า โดยบริษัทฯ มุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้บริโภค คู่ค้า ชุมชน และสังคม พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็น “บริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง” นายทานุจ กล่าวทิ้งท้าย








