ดัชนีเชื่อมั่นค้าปลีกไตรมาส 2 ทรงตัว ชงใช้บัตรสวัสดิการรัฐซื้อสินค้าโมเดิร์นเทรดกระตุ้น-จ้างงานรายชั่วโมง

เศรษฐกิจ22 ก.ค. 2562 • 06:54 น.
ดัชนีเชื่อมั่นค้าปลีกไตรมาส 2 ทรงตัว ชงใช้บัตรสวัสดิการรัฐซื้อสินค้าโมเดิร์นเทรดกระตุ้น-จ้างงานรายชั่วโมง
หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดไตรมาส 2 ทรงตัว แต่มีแนวโน้มดีขึ้นไตรมาส 3 หลังรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ เสนอผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซื้อสินค้าโมเดิร์นเทรดได้-เปิดทางจ้างงานเป็นรายชั่วโมง นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด (MTSI) ไตรมาส 2 ปี 2562 เกินกว่า 50 ทุกรายการไม่ว่าจะเป็นรายรับจากการขายหรือให้บริการ กำไรจากการขายหรือบริการ จำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการ ราคาขายสินค้าโดยรวมเฉลี่ย การจ้างงาน ยกเว้นต้นทุนค่าดัชนีอยู่ในระดับ 48.2 โดยดัชนีปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 51.2 และอนาคตในช่วง 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 51.1 ดังนั้นเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวใกล้เคียงร้อยละ 2.8-3.0 และครึ่งปีแรกจะขยายตัวร้อยละ 2.9-3.0 โดยผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดมองว่า การค้าขายยังอยู่ในสถานการณ์ปกติใกล้เคียงไตรมาส 1 ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3 สถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ ตามการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังมีปัญหาต่างๆ เช่น ราคาพืชผลทางการเกษตร การส่งออกยังไม่โดดเด่น เนื่องจากสงครามการค้า ผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดจึงมองว่าในอนาคตการค้าจะไม่โดดเด่นชัดเจน แต่เชื่อว่าภาพรวมจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ สำหรับปัญหาที่ประสบอยู่ในปัจจุบันของผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดคือ ต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าไม่เพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมีความผันผวนจากสถานการณ์การเมืองและภัยแล้ง และรายได้ของภูมิภาคต่าง ๆ เพิ่มขึ้นไม่มาก เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรเพิ่มขึ้นไม่มาก นายสุรงค์ บูลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทยกล่าวว่า ได้เสนอให้รัฐบาลควรเพิ่มทางเลือกแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้ได้กับทุกร้านหรือทุกโมเดิร์นเทรด เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้มากขึ้น เพราะจะช่วยให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับต้นทุน ขณะนี้เมืองใหญ่หัวเมืองต่างๆเติบโตมีโมเดิร์นเทรดอยู่แล้ว จึงเป็นการช่วยในแง่กระจายสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นการบริการสังคม สร้างความยุติธรรมให้สังคมว่าผู้มีรายได้ทุกระดับซื้อสินค้าในโมเดิร์นเทรดได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเติมจากการซื้อในร้านค้าท้องถิ่น ปัจจุบันรัฐบาลให้ประชาชนประมาณ 11 ล้านบัตร ปีละประมาณ 50,000-70,000 ล้านบาทต่อปีอยู่แล้ว ส่วนการจ้างแรงงาน กลุ่มผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดเห็นว่า ควรส่งเสริมให้มีการใช้ระบบดิจิทัลและเทคโนโลยี และทางผู้ประกอบการโมเดิร์น เทรดจะพิจารณาปรับการจ้างงานจากปัจจุบันที่มีเพียงการจ้างรายวันมาสู่การจ้างงานรายชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้สามารถจ้างงานกลุ่มผู้สูงอายุได้อีกด้วย “อยากให้การได้รับค่าแรงสะท้อนให้เกิดการจ้างแรงงานในท้องถิ่น โดยพิจารณาเรื่องโอกาสหางานทำได้มากกว่า ไม่ใช่ขึ้นค่าแรงจนธุรกิจเลิกกิจการ สำหรับผู้ได้ประโยชน์จากการจ้างงานรายชั่วโมง หากสามารถทำได้ คือ กลุ่มนักเรียน และผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60-70 ปี เพราะการจ้างงานรายชั่วโมงจะใช้เวลาไม่ยาว ทำงานที่มีคุณภาพเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศไทยที่เผชิญภาวะขาดแรงงาน และช่วยให้ผู้ได้งานการเงินดีขึ้นใช้แรงงานถูกความต้องการเหมาะสมกายภาพผู้ทำงาน สุดท้ายรัฐมีฐานภาษีเพิ่มจากการมีผู้ใช้แรงงานมากขึ้น” สำหรับข้อเสนอแนะต่อภาครัฐในการแก้ไขปัญหา ได้แก่ พัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวให้มีการเติบโตอย่างมั่นคง พัฒนาสินค้าเกษตรเป็นที่ยอมรับในระดับเวิลด์คลาส สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรและระดับจังหวัด รัฐบาลควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ