หุ้นไทยปิดเช้ารูด 19.49 จุด วอลุ่ม 3.1 หมื่นล้าน รับแรงขายบิ๊กแคป-กังวลผลกระทบมาตรการภาครัฐเมียนมา
ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์วันนี้(19 ก.ค.)ดัชนีภาคเช้าปิดที่ระดับ 1,525.32 จุด ลดลง 19.49 จุด (-1.26%) มูลค่าการซื้อขายราว 31,165 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดช่วงเช้า โดยทำระดับสูงสุด 1,541.55 จุด และระดับต่ำสุด 1,520.77 จุด
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรีพย์ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงมากกว่าตลาดต่างประเทศ เนื่องจากมีปัจจัยในประเทศซ้ำเติมปัจจัยภายนอกที่ยังเป็นลบ โดยบ้านเรารับแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) และหุ้นที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับเมียนมาหลายตัวปรับตัวลงแรงในลักษณะ Panic Sell เนื่องจากกังวลผลกระทบจากมาตรการภาครัฐของเมียนมาที่สกัดการไหลออกของเงินตราต่างประเทศ และกำลังซื้อในเมียนมาอาจลดลงจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ยังมองผลกระทบที่แท้จริงอาจไม่รุนแรง และคงไม่ได้กระทบกับผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มดังกล่าวมากนัก
ขณะเดียวกันจากที่กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้ปรับลดราคาเนื้อหมูเนื้อไก่ ส่งผลให้ราคาหุ้นกลุ่มเนื้อหมูเนื้อไก่ปรับตัวลง ทั้ง TFG, CPF, GFPT ก็ยิ่งซ้ำเติมตลาดมากขึ้น แนวโน้มตลาดช่วงบ่าย คาดว่ายังอยู่ในแดนลบต่อไป และอาจลงมาทดสอบแนวรับสำคัญที่ 1,520 จุดอีกครั้ง ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1,535-1,540 จุด นอกจากนี้ยังต้องติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่เริ่มขึ้นในวันนี้เป็นวันแรก
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,985.50 ล้านบาท ปิดที่ 91.75 บาท ลดลง 3.50 บาท
PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,438.00 ล้านบาท ปิดที่ 160.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,391.02 ล้านบาท ปิดที่ 138.00 บาท ลดลง 3.00 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,031.20 ล้านบาท ปิดที่ 12.70 บาท ลดลง 0.10 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 977.58 ล้านบาท ปิดที่ 34.25 บาท ลดลง 0.25 บาท