“สรท.”จี้รัฐออกมาตรการรับมือโควิดรอบใหม่ภายใน 2 ด.ทั้งเยียวยา-หั่น ดบ.-ลดน้ำไฟ-แก้ปัญหาตู้สินค้า

เศรษฐกิจ5 ม.ค. 2564 • 07:09 น.
“สรท.”จี้รัฐออกมาตรการรับมือโควิดรอบใหม่ภายใน 2 ด.ทั้งเยียวยา-หั่น ดบ.-ลดน้ำไฟ-แก้ปัญหาตู้สินค้า
น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) พร้อมด้วยนายวิศิษฐ ลิ้มลือชา รองประธาน สรท.ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์ส่งออกสินค้าทางเรือเดือนพฤศจิกายน 2563 ว่า ตัวเลขการส่งออกสินค้าทางเรือหดตัวร้อยละ 3.65 และเมื่อรวมระยะเวลาการส่งออกสินค้าทางเรือตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2563 หดตัวร้อยละ 6.92 และคาดว่าในปี 2563 จะหดตัวร้อยละ 6.78 อย่างไรก็ตามถ้าเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ถ้าส่งออกได้ถึง 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าตัวเลขการส่งออกจะหดตัวร้อยละ 6 ขณะที่การส่งออกสินค้าทางเรือไปยังสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน ปี 2563 ผลิตภัณฑ์ยางเติบโตร้อยละ 33.3 รถยนต์และอุปกรณ์ส่วนประกอบเติบโตร้อยละ 68.3 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปเติบโตร้อยละ 12.8 อัญมณีและเครื่องประดับเติบโตร้อยละ 12.9 ส่วนการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปหดตัวร้อยละ 8.5 จีนหดตัวร้อยละ 8.9 อาเซียนหดตัวร้อยละ 15 ส่วนกลุ่มประเทศ CLMV หดตัวร้อยละ 13.0 โดยนับตั้งแต่ปี 2560-2563 ผลไม้สดแช่เเข็ง แช่เย็นมีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดถึง 3,823 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตร้อยละ 12.3 ส่วนการล็อคดาวน์ 5 จังหวัดคือ สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรีและตราด การส่งสินค้าทางเรือในไตรมาสที่ 1/2021 อาจจะยังทรงตัวหรือหดตัวเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 1/2020 เนื่องจากเป็นคำสั่งซื้อล่วงหน้าแต่หลังจากนั้นอาจจะมีการหดตัวซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจะอยู่ในกลุ่มค้าปลีกเท่านั้นเพราะโดยปกติภาคธุรกิจส่งออกสินค้าทางเรือจะทำธุรกิจโดยตรงจากฟาร์มหรือสวนผลไม้ขนาดใหญ่มากกว่าการซื้อจากตลาดกลาง อย่างไรก็ตามปัญหาที่จะตามมาคือการขาดแคลนแรงงานในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ประมงและอาหารแปรรูปเนื่องจากต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวในกระบวนการผลิตค่อนข้างมาก ทั้งนี้ทางสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือ คาดปี 2564 การส่งออกจะขยายตัวร้อยละ 3–4 สินค้าที่มีแนวโน้มจะส่งออกได้มากขึ้น คือ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องจักร อุปกรณ์ส่วนประกอบรถยนต์ น้ำมันสำเร็จรูปและข้าว โดยคาดการณ์ว่าการส่งข้าวทางเรือจะเติบโตร้อยละ 15 ยางพาราร้อยละ 5 มันสำปะหลังร้อยละ 5 ส่วนน้ำตาลทรายการส่งออกจะหดตัวร้อยละ 11 ขณะที่สินค้ากลุ่มยานพาหนะจะเติบโตร้อยละ 5 ส่วนปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยในปี 2564 คือ การกลับมาของโควิด-19 ปัญหาตู้สินค้าขาดแคลนและค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าเงินบาทที่มีทิศทางปรับตัวแข็งค่าขึ้นโดยอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 2 มกราคม 2564 อยู่ที่ 29.99 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับต่ำกว่าปี 2562 สำหรับข้อเสนอแนะของ สรท.ต้องการให้รัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วนภายใน 2 เดือน ได้แก่ มาตรการรองรับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ เร่งแก้ไขปัญหาตู้สินค้าขาดแคลน รวมถึงออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการหรือต่ออายุมาตรการที่ออกมาในรอบแรก อาทิ ปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมในการติดต่อหน่วยงานราชการ ขยายระยะเวลาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ขยายระยะเวลาการชำระภาษี ปรับลดเงินสมทบประกันสังคมทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ปรับลดค่าสาธารณูปโภค (ค่าน้ำ ค่าไฟ) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชน รวมถึงขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เร่งออกมาตรการเยียวยาเพื่อช่วยผู้ประกอบการอาทิ ขอให้ ธปท.เพิ่มบทบาทธนาคารรัฐในการอนุมัติสินเชื่อมาตรการซอฟต์โลน ให้กับผู้ประกอบการมากขึ้น รวมทั้งให้มีการเยียวยาลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน