ประเทศไทยกับไฟเขียวโครงการยักษ์ใหญ่อีอีซี ทำไมต้องเร่งก่อนการเลือกตั้ง!!!
เคยตั้งคำถามถึงสาเหตุหรือไม่ว่า โครงการที่สำคัญอย่างไฮสปีดเทรน ทั้งรถไฟไทยจีนอีสาน สนามบินอู่ตะเภา โครงการขนาดใหญ่แบบนี้ทำไมถึงไม่เกิด เพราะสาเหตุอะไร ทั้งๆที่ควรมีมาตั้งนานแล้ว
จะว่าไปแล้วก็เป็นสิ่งที่ท้าทาย สำหรับรัฐบาลไทยที่จะผลักดันโปรเจคใหญ่ยักษ์ให้สำเร็จลุล่วงได้หรือไม่ อดีตสอนอะไรเราบ้าง กับอายุรัฐบาลที่สั้น และไม่สอดคล้องกับนโยบายระยะยาว การเปลี่ยนขั้วการเมืองตลอดเวลา ทำให้โครงการใหญ่ๆแบบนี้ถูกรื้อแล้วรื้ออีก จนต่างชาติมองเป็นแค่วาทะกรรมหาเสียง แต่วันนี้ต้องถือว่า โครงการไฮสปีดเทรนใกล้ความจริงที่สุดตั้งแต่เคยมีมา
ลองยกตัวอย่างเช่น ไฮสปีดเทรนที่ก่อนหน้านี้ เริ่มต้นวาดฝันกันมาตั้งแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่ก็จบไปด้วยการยุบสภาปีปลายปี 54 ต่อด้วยการชุบชีวิตรถไฟความเร็วสูงสมัยยิ่งลักษณ์ด้วยการเสนอโมเดลรัฐทำเองกับร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เมื่อครั้งที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยเสนอผ่านรัฐสภาจนให้ความเห็นชอบแล้ว แต่สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติชี้ขาดว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาจนถึงยุคนายกตู่กับรูปแบบการร่วมทุนกับเอกชน หรือที่เรียกว่า Public Private Partnership (ppp) ซึ่งมาเจรจาสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งเพียงเดือนเดียว
วาทะกรรมที่ว่า กกต.มีมติให้จัดการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมแล้ว รัฐบาลชุดของนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชาควรต้องระงับการตัดสินใจใดๆที่มีผลต่อโครงการใหญ่ๆ หรือกิจกรรมใดที่ควรจะเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้ง แต่ในความเป็นจริงกับค่าเสียโอกาสของประเทศหรือไม่?
คงต้องวัดใจนายกฯ เพราะการตัดสินใจทำงานชิ้นสำคัญให้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง เป็นการสร้างความมั่นใจให้ทุกประเทศที่จับตามองโครงการใหญ่แบบนี้ เมื่อเข้าสู่การเมืองแบบไทยๆที่ค้านกันไป ค้านกันมา มีหวังคนที่ต้องเอาเงินมาลงทุนก็คงเผ่นกลับบ้านหมด เพราะความโลเลไม่แน่นอนของการเมืองไทย แล้วอย่างนี้ เมื่อไหร่จะจึงจะทำให้เมืองไทย เป็นเมืองที่น่าลงทุนในภูมิภาค
-------------------