มูลนิธิกสิกรไทยหนุน 300 ล้านเบี้ยรบพิเศษนักรบเสื้อกาวน์-ปล่อยกู้เอสเอ็มอี จ่ายเงินเดือนพนักงานสู้โควิดพันล้าน
มูลนิธิกสิกรไทย มอบเงินสนับสนุนรวม 300 ล้านบาท ในโครงการ “เบี้ยรบพิเศษสำหรับนักรบเสื้อกาวน์” ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ที่ทุ่มเทและเสียสละแม้ต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยง จ่าย 4 พันบาท 3 เดือน วงเงิน 300 ล้านบาท และสินเชื่อดอกเบี้ย 0% รักษาคนงานของเอสเอ็มอี ปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กจ่ายเงินเดือนพนักงาน วงเงิน 1,000 ล้านบาทรับมือโควิด-19
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย และประธานกรรมการ มูลนิธิกสิกรไทย เปิดเผบว่า โครงการ “เบี้ยรบพิเศษสำหรับนักรบเสื้อกาวน์” เป็นโครงการที่ดำเนินการโดย มูลนิธิกสิกรไทยร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สตูล และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้รวบรวมรายชื่อโรงพยาบาลที่เข้าข่ายตามเกณฑ์จำนวน 45 แห่งใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงแล้วยังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้แก่จังหวัดสงขลา ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสตูล มีบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 5,083 คน ทั้งหมดเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานตั้งแต่มีการแพร่ระบาด และมีหน้าที่ในงานที่ได้สัมผัสเชื้อและดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขจนถึงวันที่ 30 เม.ย.63
โดยมูลนิธิกสิกรไทยขอมอบเงินสนับสนุนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักรบเสื้อกาวน์รวม 20,000 คน คนละ 4,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ค.-ก.ค.63 รวมงบประมาณทั้งสิ้น 300 ล้านบาท เพื่อจะได้นำเงินไปใช้จ่ายตามความจำเป็น โดยมูลนิธิกสิกรไทยจะมีกระบวนการจ่ายเงินเพื่อให้มั่นใจว่าเงินดังกล่าวถึงมือนักรบเสื้อกาวน์ได้อย่างทั่วถึง
ขณะเดียวกันธนาคารกสิกรไทย เดินหน้าช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง หลังเปิดตัวโครงการ “เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ” เมื่อกลางเดือนเม.ย.ผ่านมา ล่าสุดจัดตั้งโครงการสินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี ช่วยธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่เกิน 200 คน ให้มีเงินทุนในการจ้างพนักงานให้มีรายได้และอยู่รอดด้วยการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ย 0% ไม่ต้องผ่อน 1 ปี เตรียมวงเงิน 1,000 ล้านบาท คาดมีเอสเอ็มอีเข้าร่วมกว่า 1,000 บริษัท และช่วยพนักงานได้กว่า 41,000 คน
ทั้งนี้สิ่งสำคัญของโครงการนี้คือ การเข้าไปช่วยเหลือพนักงานให้ยังมีงานทำและมีเงินเดือนเพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว โดยพนักงานแต่ละคนจะได้เงินคนละ 8,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ธนาคารได้เตรียมวงเงินสินเชื่อสำหรับโครงการนี้ไว้ 1,000 ล้านบาท และทำให้เกิดการจ้างงานพนักงานกว่า 41,000 คนต่อไป