"บอร์ดสปส." ค้าน "หม่อมเต่า" ปมเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนจากพิษโควิดเป็น75%

เศรษฐกิจ7 พ.ค. 2563 • 19:34 น.
"บอร์ดสปส." ค้าน "หม่อมเต่า" ปมเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนจากพิษโควิดเป็น75%
"บอร์ดสปส." ค้าน "หม่อมเต่า" ปมเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนจากพิษโควิดเป็น75% หวั่นเงินกองทุนประกันการว่างงานหมด กระทบผู้ประกันตนที่ตกงานรุ่นต่อๆไป จากกรณีที่เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แถลงข่าวว่า เตรียมเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดจาก 62% เป็น 75% พร้อมทั้งลดการเก็บเงินสมทบจากนายจ้างจาก 4% เหลือ 1% ล่าสุดวันนี้ (7 พฤษภาคม 2563) ที่สำนักงานประกันสังคม(สปส.)ได้มีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดสปส.)โดยมีนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน ภายหลังการประชุมนายทวี ดียิ่ง ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานอุตสาหกรรมเอกชน และ 1 ในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ยืนยันมติบอร์ดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ในการพิจารณาสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเรื่องจากโควิด-19 ที่จะให้สิทธิประโยชน์ทดแทน 50 % ระยะเวลา 60 วัน สำหรับผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบ แต่ในเรื่องนี้กลับมีมติคณะรัฐมนตรี ให้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 62% จึงเป็นเรื่องที่เราไม่เห็นด้วย และไม่ต้องพูดถึงการที่จะเพิ่มเป็น 75% เนื่องจากมองว่าจะเกิดผลกระทบต่อกองทุนประกันการว่างงาน นอกจากนี้มติในครั้งนั้นยังเสนอให้มีการลดการเก็บเงินสมทบทั้งนายจ้างลูกจ้าง เพียง 1 % โดยจะต้องจ่ายเงินสมทบ 4% และเรื่องนี้ก็มีการดำเนินการที่แตกต่างจากมติของบอร์ด น.ส.อรุณี ศรีโต 1 ในบอร์ดฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ที่ไม่เอาด้วย ทั้งเรื่องปรับเพิ่มวงเงินให้ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจาก 62%ของเงินเดือน และ 75% เพราะเงินกองทุนประกันการว่างงานกว่า 1 แสนล้านบาทเป็นเงินที่มีเจ้าของ หากใช้จนเงินหมดแล้ว ผู้ประกันตนที่ตกงานรุ่นต่อๆไปจะทำอย่างไร รัฐบาลจะจ่ายให้หรือไม่ ซึ่งในที่ประชุมผู้แทนส่วนราชการ เช่น กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ ต่างเห็นด้วย อย่างไรก็ตามหากถ้ารัฐมนตรียังดึงดันใช้อำนาจ เชื่อว่าเหล่าผู้นำแรงงานเขาไม่ยอมแน่และต้องมีการออกมาเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตามการพยายามผลักดันให้ผู้ประกันตนได้รับความช่วยเหลือ 75% จากมาตรการของรัฐบาลนั้น แท้จริงแล้วกลับยิ่งทำให้ลูกจ้างได้รับเงินช่วยเหลือน้อยกว่าที่ควร เพราะเพดานของเงินเดือนที่จ่ายให้กับประกันสังคมอยู่แค่ 15,000 บาท ไม่ว่าลูกคนนั้นจะมีเงินเดือนกี่หมื่นหรือกี่แสนบาทก็ตาม แต่หากใช้มาตรการของกฎหมายคุ้มครองแรงงานในมาตรา75 ที่ระบุให้นายจ้างจ่ายเงินให้ 75% ของเงินเดือนในช่วงที่ปิดงานชั่วคราว ก็คิดจากอัตราเงินเดือนที่แท้จริง