ไม่นิ่งนอนใจ ผู้ว่าแบงก์ชาติเตรียมออกมาตรการเหมาะสมดูแลบาทแข็งค่าเร็ว ช่วยผู้ส่งออก
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณามาตรการที่เหมาะสมในการเข้าไปดูแลสถานการณ์ค่าเงินบาท ซึ่งจะต้องเป็นมาตรการที่ดูในภาพรวม ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อดูเงินบาทที่แข็งค่าเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ยังบอกไม่ได้กำหนดเวลาว่ามาตรการดังกล่าวจะออกมาเมื่อไหร่
โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ให้ความกังวลในเรื่องของเงินบาทที่แข็งค่าเร็วเกินไป เพราะหากเป็นสถานการณ์ปกติ การแข็งค่าของเงินบาทไม่ได้ส่งผลต่อภาคการส่งออก แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ที่มีผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก ผู้ประกอบการในภาคส่งออกที่สายป่านสั้นจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพสินเชื่อในระยะต่อไป
ทั้งนี้เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเร็วในช่วงที่ผ่านมามาจากข่าวเรื่องการผลิตวัคซีนโควิด-19 ทำให้คนคาดหวังว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้น และดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล แต่ที่น่าห่วงคือ วัคซีนไม่ได้เป็นตัวแก้ปัญหาจนกว่าจะมีการนำมาใช้จริง แต่ตอนนี้เงินบาทแข็งเพราะข่าวเรื่องวัคซีน ส่วนนักท่องเที่ยวยังไม่เดินทางมาเลย จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง
สำหรับ ธปท.เข้าใจความลำบากและความกังวลของประชาชนและภาคธุรกิจที่มีต่อสถานการณ์ค่าเงินบาท โดยยืนยันว่า ธปท.ไม่ได้นิ่งนอนใจ บางช่วงที่เห็นเงินบาทแข็งค่า แต่เหมือน ธปท.ไม่ได้ทำอะไรนั้น ไม่ได้ชี้แจงหรือแถลง ไม่ได้หมายความว่า ธปท.ไม่ได้ทำอะไร
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธปท.ได้ออกมาดูแลใน 2 เรื่องคือ 1.การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 0.50% ต่อปี ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ 2.การเข้าไปแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนได้จากปริมาณทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะ ธปท. เข้าไปซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่อยากทำ เพราะเมื่อตีมูลค่าแล้ว ทำให้ ธปท.ขาดทุนในปริมาณดังกล่าว